วันพุธที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

นวัตกรรมใหม่เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม (inovation in order to protect the environment)



NoWet น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่ต้องใช้น้ำ

ไม่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตราย ไร้สารซิลิโคน สารกัดกร่อน และสารปิโตเลียม สามารถล้าง ขัดเงา และป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตให้กับรถของคุณ อย่างไร้รอยขูดขีด

จบปัญหาสกปรกด้วย NoWet ประสบการณ์การทำความสะอาดรถ สะดวก ล้างได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าที่ไหน ทำความสะอาดได้บ่อยเท่าที่ต้องการ สะอาดลึก ด้วยประสิทธิภาพของน้ำยา ที่สามารถดึงสิ่งสกปรกจากพื้นผิวรถและขัดเงาได้ในหนึ่งเดียว

http://www.nowetthailand.com/http://www.nowetthailand.com/

NoWet Cleaning solution that does not require water.

Not contain harmful chemicals. Without silicones and abrasive agents Petroleum to clean, polish and UV protection for your vehicle. Without a scratch.
That draws impurities from the surface and polish in one car.

วันอังคารที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

ย่อหนังสือ ฉบับที่ 12/2552


ชื่อเรื่อง:
ความสามารถหลักขององค์กร : ความได้เปรียบทางธุรกิจที่ยั่งยืน

ผู้แต่ง:
สุวัฒน์ ศิรินิรันดร์

สำนักพิมพ์:
บี คิว ไอ คอนซัลแตนท์

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
152 หน้า

ราคา:
150 บาท

ทุกวันนี้ธุรกิจต่าง ๆ มีการแข่งขันกันอย่างมาก พยายามทำทุกอย่าง ทุกกลยุทธ์เพื่อให้ชนะคู่แข่ง แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้ได้เปรียบคู่แข่งขันก็คือ "ความสามารถหลักขององค์กร" ซึ่งประกอบด้วย ความสามารถที่มีคุณค่าต่อการดำเนินธุรกิจ ความสามารถที่หาได้ยากที่คู่แข่งไม่มีหรือไม่สามารถเข้าถึงได้ ความสามารถที่ไม่อาจลอกเลียนแบบได้โดยง่าย และความสามารถที่หาสิ่งอื่นมาทดแทนได้ยาก สิ่งเหล่านี้ล้วนมีความจำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจ หนังสือเล่มนี้ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับความสามารถหลักที่ให้ประโยชน์ต่อการดำเนินงานทางธุรกิจขององค์กรอย่างละเอียด และหากนำไปปรับใช้จนสร้างความสามารถหลักขึ้นมาได้ องค์กรก็จะประสบความสำเร็จในเรื่องต่าง ๆ ได้โดยไม่ยาก

ชื่อเรื่อง:
ประเมินการจัดการกระบวนการอย่างเหนือชั้น

ผู้แต่ง:
สุทธิ สินทอง

สำนักพิมพ์:
สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
131 หน้า

ราคา:
170 บาท

ผู้เขียนต้องการต่อยอดเนื้อหาจากหนังสือเรื่อง จัดการกระบวนการอย่างให้เหนือชั้น โดยหนังสือเล่มนี้มุ่งเน้นการวัดผล หรือการประเมินการจัดการกระบวนการขององค์กร ทั้งก่อนและหลังการจัดการ
กระบวนการ เพื่อให้ทราบระดับของการจัดการกระบวนการ และใช้เป็นแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาการจัดการกระบวนการให้เหมาะสมกับองค์กร ทั้งนี้ ผู้เขียนนำหลักการ PDCA (Plan-Do-Check-Act) มาใช้เป็นแนวทางในการประเมินเพื่อให้องค์กรทราบว่ามีการดำเนินการ และมีระดับความแข็งแรงของการดำเนินการในประเด็นต่าง ๆ เหล่านั้นเพียงใด เมื่อเปรียบเทียบกับระดับคะแนนในช่วงต่าง ๆ ที่กำหนดไว้

ชื่อเรื่อง:
ข่าวธุรกิจเข้าใจได้ ง่ายนิดเดียว

ผู้แต่ง:
สิริบุปผา อุทารธาดา

สำนักพิมพ์:
ปัญญาชน

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
374 หน้า

ราคา:
169 บาท

หนังสือเล่มนี้ตอบสนองผู้อ่านที่ต้องการศึกษาภาษาอังกฤษผ่านข้อมูลข่าวสารในโลกธุรกิจรายวันจากสื่อต่าง ๆ ช่วยเตรียมความพร้อมเพื่อให้ผู้อ่านพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอื่น ๆ เช่น ทักษะการฟัง
ภาษาอังกฤษจากสื่อโทรทัศน์ วิทยุ อินเตอร์เน็ต ฝึกพูดภาษาอังกฤษโดยใช้คำถามเพื่อจับใจความสำคัญและตอบคำถามภาษาอังกฤษ รวมทั้งทักษะการเขียน โดยผู้อ่านสามารถทำความเข้าใจด้วยตนเองใน 3 ประเด็นได้แก่ คำศัพท์และสำนวนภาษา การศึกษาคำถามการอ่านข่าว และการอภิปรายเพื่อสร้างสรรค์

ชื่อเรื่อง:
โภชนาการสำหรับนักกีฬาและผู้ออกกำลังกาย

ผู้แต่ง:
จีรนันท์ แกล้วกล้า

สำนักพิมพ์:
สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
120 หน้า

ราคา:
120บาท

นักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการดูแลที่ดีด้านอาหาร
และโภชนาการ เพื่อนำไปสู่ชัยชนะและสุขภาพพลานามัยที่ดีตลอดช่วงชีวิต หนังสือโภชนาการสำหรับนักกีฬาและผู้ที่ออกกำลังกายนี้จึงได้ถูกเขียนขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางสำหรับนักกีฬาและผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับการกีฬารวมถึงผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำในการปฏิบัติตัวทางด้านอาหารและโภชนาการให้ถูกต้อง นอกจากนี้ หนังสือเล่มนี้ยังใช้เป็นหนังสืออ่านประกอบเพิ่มพูนความรู้สำหรับนักศึกษาด้านโภชนาการ ผู้ที่ทำงานด้านโภชนาการและผู้สนใจทั่วไปด้วย

ชื่อเรื่อง:
Starbucks เหนือกว่ารสชาติ มากกว่ากาแฟ

ผู้แต่ง:
Howard Behar และ Janet Goldstein

สำนักพิมพ์:
ยูเรก้า

ปีที่พิมพ์:
2551

จำนวนหน้า:
184 หน้า

ราคา:
190 บาท

หนังสือ "Starbucks เหนือกว่ารสชาติ มากกว่ากาแฟ" แนะนำหลักการเป็นผู้นำที่ประสบความสำเร็จ จากประสบการณ์การบริหารบริษัทกาแฟที่มีชื่อเสียงระดับโลก "Starbucks" โดยการบริหารธุรกิจกาแฟที่ยิ่งใหญ่แห่งนี้ เน้นแนวปฏิบัติเกี่ยวกับคน และให้ความสำคัญต่อคน ภายใต้แนวคิดที่ว่า 'คน เป็นปัจจัยแห่งความสำเร็จ'

วันจันทร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2555

นวัตกรรมใหม่เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม (inovation in order to protect the environment)



NoWet น้ำยาทำความสะอาดที่ไม่ต้องใช้น้ำ
ไม่มีส่วนประกอบของสารเคมีที่เป็นอันตราย ไร้สารซิลิโคน สารกัดกร่อน และสารปิโตเลียม สามารถล้าง ขัดเงา และป้องกันรังสีอัลตราไวโอเลตให้กับรถของคุณ อย่างไร้รอยขูดขีด

จบปัญหาสกปรกด้วย NoWet ประสบการณ์การทำความสะอาดรถ สะดวก ล้างได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ว่าที่ไหน ทำความสะอาดได้บ่อยเท่าที่ต้องการ สะอาดลึก ด้วยประสิทธิภาพของน้ำยา ที่สามารถดึงสิ่งสกปรกจากพื้นผิวรถและขัดเงาได้ในหนึ่งเดียว

http://www.nowetthailand.com/http://www.nowetthailand.com/

NoWet Cleaning solution that does not require water.

Not contain harmful chemicals. Without silicones and abrasive agents Petroleum to clean, polish and UV protection for your vehicle. Without a scratch.
That draws impurities from the surface and polish in one car.

วันพุธที่ 6 ตุลาคม พ.ศ. 2553

คน ที่เป็น เพื่อน

ไม่จำเป็นต้องจบการศึกษาระดับเดียวกัน  ไม่จำเป็นต้องมีฐานะเท่าเทียมกัน
ไม่จำเป็นต้องมีตำแหน่งหน้าที่การงานเท่าเทียมกัน
คอยเตือน ยามเพื่อนพลั ้ง
คอยฟัง ยามเพื่อนขอ
คอยรอ ยามเพื่อนสาย
คอยพาย ยามเพื่อนพัก
คอยทัก ยามเพื่อนทุกข์
คอยปลุก ยามเพื่อนท้อ
คอยง้อ ยามเพื่อนงอน
คอยสอน ยามเพื่อนผิด
คอยสะกิด ยาม เพื่อนเผลอ
คอยเจอ ยามเพื่อนหา
คอยลา ยามเพื่อนกลับ
คอยปรับ ยามเพื่อนเปลี่ยน
คอยเรียน ยามเพื่อนเที่ยว
คอยเคี่ยว ยามเพื่อนเล่น
คอยเย็น ยามเพื่อนร้อน
คอยหอน ยามเพื่อนเห่า
คอยเฝ้า ยามเพื่อนฟุบ
คอยอุบ ยามเพื่อนปิด
คอยคิด ยามเพื่อนถาม
คอยปราม ยามเพื่อนหลง
คอยปลง ยามเพื่อนแกล้ง
คอยแบ่ง ยามเพื่อนหมด
คอยอด ยามเพื่อนทาน
คอยคาน ยามเพื่อนล้ม
คอยชม ยามเพื่อนชนะ
คอยสละ ยามเพื่อนชอบ
ส่งให้คนที่คุณคิดว่าเค้าเป็น... ' เพื่อน ' และอย่าลืมส่งกลับให้กับ ' เพื่อน ' คนที่ส่งมาให้คุณ เพื่อนที่
รักเราหาไม่ง่ายเลย ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนมีแล้ว จงรักษามันไว้ให้ดีดี รักกันไว้ให้มาก ๆ ไม ่มีอีกแล้วถ้า
เราจะเสียเพื่อนที่ดีไปเพราะแค่เหตุผลเดียวคือความโง่ ......โง่ของตัวเอง ......นะจะบอกให้

โคเลสเตอรอลคืออะไร ?

นิตยสาร "สรรสาระ Reader's Digest" ฉบับ 01/10 ตีพิมพ์เรื่อง "ไขมันชนิดดี" เพิ่มขึ้นได้ด้วยอาหาร ผู้เขียนอ่านแล้วได้ไอเดีย (idea = ข้อคิด) มาเล่าสู่กันฟังพร้อมกับนำคำแนะนำจากสถาบันเมโยคลินิก สหรัฐฯ มาเล่าสู่กันฟังครับ
ภาพที่ 1: โคเลสเตอรอลหรือไขมันในเลือดมาจากไหน
คำตอบ คือ ส่วนใหญ่ประมาณ 80% สร้างขึ้นที่ตับ (สร้างในร่างกาย), 20% มาจากอาหารทำจากสัตว์ อาหารจากพืชไม่มีโคเลสเตอรอล
คนที่ไม่กิน เนื้อสัตว์เลย เช่น กินแบบมังสวิรัติ ฯลฯ (พบมากในอินเดีย) ก็มีโคเลสเตอรอลสูงได้ เนื่องจากส่วนใหญ่ (80%) สร้างขึ้นที่ตับ ซึ่งจะสร้างมากน้อยเท่าไรขึ้นกับพันธุกรรม และการได้รับปริมาณไขมันอิ่มตัว-ไขมันทรานส์ (ได้มากสร้างโคเลสเตอรอลชนิดเลวมาก ได้น้อยสร้างน้อย)
โค เลสอตอรอลขนาดพอดีๆ มีประโยชน์ คือ ใช้สร้างฮอร์โมนสเตอรอยด์ เช่น ฮอร์โมนเพศ ฮอร์โมนควบคุมระดับเกลือแร่ในร่างกาย ฯลฯ และใช้สร้างส่วนประกอบในเซลล์ โดยเฉพาะผนังเซลล์-เยื่อหุ้มส่วนย่อยภายในเซลล์
ภาพที่ 2: โคเลสเตอรอลหรือไขมันในเลือดมีกี่ประเภท
โคเลสเตอรอลรวมมิตร หรือกลุ่มโคเลสเตอรอล (total cholesterol) แบ่งเป็นกลุ่มใหญ่ๆ 3 กลุ่มได้แก่


(1). ชนิด ดี (HDL) > ช่วยเก็บขยะคราบไขโคเลสเตอรอลจากผนังหลอดเลือด กลับไปที่ตับ ขับออกทางน้ำดี เข้าสู่ลำไส้ ส่วนหนึ่งจะถูกขับออกทางอุจจาระ สัดส่วนการขับโคเลสเตอรอลออกแปรตามปริมาณเส้นใย หรือไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ คือ ยิ่งมีเส้นใยช่วยจับโคเลสเตอรอลมาก ยิ่งขับออกมาก-ดูดซับกลับไปใหม่น้อย, ถ้ากินเส้นใยน้อย จะขับออกน้อย-ดูดซับกลับไปใหม่มาก
(2). ชนิดร้าย (LDL) > นำคราบไขโคเลสเตอรอลจากตับไปทิ้งไว้ตามผนังหลอดเลือด
(3). ผู้ช่วยฝ่ายร้าย (triglycerides / ไตรกลีเซอไรด์) > ทำให้โคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) มีอายุสั้นลง (ผลคือ ลดระดับลง), และทำให้โคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) มีขนาดเล็กลง แทรกซึมผ่านผนังหลอดเลือดไปสะสมเป็นคราบไขที่ผนังหลอดเลือดได้เร็วขึ้น
ชีวิตของโคเลสเตอรอลก็คล้ายกับชีวิตจริงที่ว่า ฝ่ายดีมักจะโดดเดี่ยว ฝ่ายร้ายมักจะมีผู้ช่วย, ไม่มีใครรู้ว่า ทำไมโลกเราเป็นแบบนี้ เพราะฉะนั้นถึงตรงนี้ขอให้ใช้ยา "ทำใจ" ไปก่อน


ภาพที่ 3: โคเลสเตอรอลหรือไขมันในเลือดแต่ละชนิดต่างกันตรงไหน
โคเลสเตอรอลเป็นสารประกอบไลโพโพรตีน (lipoprotein; lipo = lipid = ไขมัน; protein = โปรตีน) แต่ละชนิดมีสัดส่วนโปรตีน (สีเขียว) และโคเลสเตอรอลหรือคราบไข (สีเหลือง) ไม่เท่ากัน
ธรรมดาของ เนื้อ (โปรตีน) จะหนักกว่าไข (โคเลสเตอรอล), โคเลสเตอรอลชนิดความหนาแน่นสูง (หนักหน่อย) หรือชนิดดี (HDL) มีสัดส่วนโปรตีนมาก, ส่วนโคเลสเตอรอลชนิดความหนาแน่นต่ำ (เบาหน่อย) มีสัดส่วนโคเลสเตอรอลมาก ส่วนไตรกลีเซอไรด์ เป็นไขมัน เวลานำเลือดมาทิ้งไว้นานๆ หรือปั่นแยก จะพบไขมันไตรกลีเซอไรด์ลอยขาวขุ่นแยกชั้นออกมาคล้ายๆ กับขนมหน้ากะทิ


ภาพที่ 4: ไขมันอิ่มตัวพบมากในอะไร
ไขมันอิ่มตัวพบมากในกะทิ น้ำมันมะพร้าว น้ำมันปาล์ม น้ำมันสัตว์ (เช่น น้ำมันหมู ฯลฯ), เครื่องใน อาหารจากสัตว์และนมไขมันเต็ม แม้แต่เนื้อแดงหรือเนื้อสัตว์ใหญ่ เช่น แพะ แกะ หมู วัว ฯลฯ ก็มีไขมันอิ่มตัวแฝงอยู่ การกินเนื้อมากๆ จะทำให้ได้รับไขมันอิ่มตัวสูงเช่นกัน
ไขมันอิ่มตัวทำให้ตับสร้างโคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) เพิ่มขึ้น และที่กว่าไขมันอิ่มตัว คือ ไขมันทรานส์ (trans fat) ซึ่งมีมากในเนยขาว เบเกอรี่ ขนมกรุบกรอบ ฟาสต์ฟูด อาหารสำเร็จรูป เนยเทียม คอฟฟี่เมต ไขมันทรานส์เพิ่มระดับโคเลสเตอรอลชนิดร้าย (LDL) ด้วย และทำให้โคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ต่ำลงด้วย


ภาพที่ 5: อาหารแบบไหนที่มีไขมันอิ่มตัวต่ำ-โคเลสเตอรอลต่ำ
อาหาร ที่ช่วยให้โคเลสเตอรอลเปลี่ยนไปในทางที่ดี คือ อาหารที่มีไขมันอิ่มตัว-ไขมันทรานส์ต่ำ และมีโคเลสเตอรอลต่ำได้แก่ ธัญพืชไม่ขัดสี (เช่น ขนมปังโฮลวีท ข้าวกล้อง ฯลฯ), ปลา, สัตว์ปีกนำหนังออก, ผัก, ผลไม้ทั้งผล (ไม่ใช่น้ำผลไม้กรองกากทิ้ง)


ภาพที่ 6: ตัวอย่างโคเลสเตอรอลในอาหาร
เครื่องใน เช่น ตับ (beef liver = ตับวัว) ฯลฯ มีโคเลสเตอรอลสูง, ไข่มีโคเลสเตอรอลค่อนไปทางสูง (213 มก.จากขีดจำกัด 250 มก.ต่อวัน) ทว่า... มีสารช่วยลดโคเลสเตอรอล เช่น โคลีน ฯลฯ
การกินไข่ วัน ละฟองในคนที่มีสุขภาพดีส่วนใหญ่ (ประมาณ 80%) ไม่ได้ทำให้โคเลสเตอรอลเพิ่ม, คนอีกประมาณ 20% อาจไม่เหมาะกับการกินไข่วันละฟอง (กินไข่แดง 1/2 ฟองต่อวันได้ ไข่ขาวไม่มีโคเลสเตอรอล)
วิธีสังเกตอาจต้อง ลองกิน แล้วเจาะเลือดเปรียบเทียบกับช่วงไม่กิน, เลือกทางสายกลาง คือ 2-3 ฟองต่อสัปดาห์, ถ้ามีโรคประจำตัวหรือมีความเสี่ยงต่อโรคสูง เช่น เบาหวาน โรคหัวใจ ฯลฯ ควรปรึกษาหมอใกล้บ้าน
เนื้อหรือสัตว์ ปีก (beef = เนื้อวัว, chicken = ไก่) มีโคเลสเตอรอลค่อนไปทางต่ำ ทว่า... เนื้อมีไขมันอิ่มตัวสูง ทางเลือกที่ดี คือ กินเนื้อให้น้อยลง กินสัตว์ปีกที่นำหนังออก ปลาแทน และที่ดีมาก คือ ลดเนื้อลงครึ่งหนึ่ง กินโปรตีนจากพืช เช่น ถั่ว โปรตีนเกษตร เต้าหู้ นัท (nut เช่น อัลมอนด์ ฯลฯ) ฯลฯ แทนนมไขมันเต็ม (whole milk) มีโคเลสเตอรอลสูงกว่านมไม่มีไขมัน (skim milk) มาก, การดื่มนมไขมันต่ำหรือไม่มีไขมันพร้อมอาหารแทนนมไขมันเต็มช่วยลดโคเลสเตอรอล และลดไขมันอิ่มตัวได้มาก


ภาพที่ 7: การออกแรง-ออกกำลังเป็นประจำช่วยให้โคเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) เพิ่มได้มาก
ส่วนจะได้ผลมากน้อยเพียงไรขึ้นอยู่กับพันธุกรรม ความหนักและความนานของการออกแรง-ออกกำลัง ซึ่งโดยทั่วไปการออกแรง-ออกกำลังหนักในเวลาสั้นๆ มีแนวโน้มจะได้ผลมากกว่าแบบเบาๆ นานๆ
วิธีที่ทำได้ง่ายในคนส่วนใหญ่ คือ เดินให้เร็วขึ้น-แกว่งแขนให้เร็วขึ้นจนพูดได้ 3-5 คำก็เหนื่อย (brisk walking) นาน 30 นาที 5 ครั้ง/สัปดาห์ เสริมด้วยการขึ้นลงบันได 7 นาที/วัน
นิตยสารสรรสาระกล่าวว่า การเพิ่ม HDL หรือโคเลสเตอรอลชนิดดีขึ้น 1 หน่วย ลดเสี่ยงโรคหัวใจ 2-3%, อาหารเพิ่ม HDL ได้แก่


(1). ช็อคโกแล็ตสีเข้ม 15 กรัม/วัน
วิธีที่ดี คือ ซื้อโกโก้สีเข้มมาชงกับนมไขมันต่ำ หรือนมถั่วเหลืองเสริมแคลเซียมเตรียมไว้ ออกแรง-ออกกำลังก่อน พักสักครู่ แล้วดื่มภายใน 30 นาทีหลังออกกำลัง โปรตีนจากนมจะเข้าไปช่วยซ่อมแซม และเสริมสร้างกล้ามเนื้อได้ดีขึ้น ส่วนโกโก้จะช่วยเพิ่ม HDL
(2). แซลมอน
แซลมอน (ดีที่สุด คือ ไม่ผ่านการทอด) 120 กรัม (ประมาณ 1.5 ฝ่ามือผู้ใหญ่ผู้หญิง ไม่รวมนิ้วมือ หรือเนื้อปลาในปลากระป๋องขนาดกลาง), 2 ครั้ง/สัปดาห์ ปลาทะเลอื่นๆ ก็ใช้ได้เช่นกัน
(3). เบอร์รี
ขนาด 1 ถ้วยตวง (240 มิลลิลิตร)/วัน 8 สัปดาห์ เพิ่ม HDL ได้ 5%, เมืองไทยมีผลไม้กลุ่มนี้น้อย คือ มีแต่สตรอเบอรี กับมาลเบอรี (ผลลูกหม่อน)
(4). ไข่
การศึกษาวิจัยจากไทยพบ ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดี และกินไข่ 1 ฟอง/วัน 12 สัปดาห์ มีระดับ HDL เพิ่ม 48% สถาบันเมโย คลินิก สหรัฐฯ แนะนำวิธีเพิ่ม HDL ไว้ดังต่อไปนี้


(1). ไม่สูบบุหรี่ + ไม่หายใจเอาควันบุหรี่ที่คนอื่นสูบเข้าไป บุหรี่ทำลาย HDL > การเลิกบุหรี่เพิ่ม HDL ได้ 10%
(2). รักษาน้ำหนัก
คนที่มีน้ำหนักเกินหรืออ้วน > การลดน้ำหนัก 6 ปอนด์หรือ 2.72 กก. เพิ่ม HDL ได้ 1 มก./ดล. (หน่วยมิลลิกรัมต่อ 1 เดซิลิตร หรือ 1/10 ลิตร)
(3). ออกแรง-ออกกำลัง
คนที่นั่งๆ นอนๆ (sedentary) ทั้งวัน > ออกกำลังแรงปานกลางขึ้นไป (เดินเร็ว 30 นาที/วัน 5 วัน/สัปดาห์ขึ้นไป) หรือออกกำลังรูปแบบอื่นๆ ให้หนักหน่อย รวมเวลาให้ได้เกิน 120 นาที/สัปดาห์ เพิ่ม HDL 5%
(4). เลือกน้ำมันและไขมันชนิดดี
ลดไขมันอิ่มตัวและไขมันทรานส์ เลือกน้ำมันชนิดที่มีไขมันไม่อิ่มตัวตำแหน่งเดียวสูง เช่น น้ำมันมะกอก คาโนลา รำข้าว ถั่วลิสง เมล็ดชา ฯลฯ (เฉพาะน้ำมันมะกอก ไม่ควรใช้ทอด ที่เหลือใช้ทอดได้ดีมาก) กินอาหารที่มีโอเมกา-3 สูง เช่น ปลาทะเลที่ไม่ผ่านการทอด น้ำมันปลา แฟลกซีด (เมล็ดปอป่าน), อาหารทะเล นัท (nuts เช่น อัลมอนด์ ฯลฯ), ถั่ว ฯลฯ ถึงตรงนี้... ขอให้พวกเรามีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ


ที่มา
Mayo Clinic > High cholesterol. July 24, 2010.
นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์. ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิง

วันเสาร์ที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2553

ผลตอบแทน"จอยแอนด์คอยน์" หรือ "เจริญโอสถฯ"

"จอยแอนด์คอยน์" หรือ "เจริญโอสถฯ" เลือกใช้วิธีที่ให้ความพึงพอใจ กับผู้จำหน่ายอิสระที่ทำธุรกิจ และผู้จำหน่ายอิสระที่เป็นสมาชิกเพื่อซื้อสินค้า มีอิสระในการเลือกซื้อสินค้าที่จำเป็น เพื่อสะสมคะแนนรับผลตอบแทน โดยไม่จำเป็นต้องรักษายอด โดย บริษัทฯ จะใช้วิธีจูงใจในเรื่องของผลตอบแทน ในรูปแบบสะสมคะแนน และจำนวนสินค้าที่มีให้เลือกที่หลากหลาย เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ในองค์กรจึงเกิดการซื้อซ้ำอย่างเป็นธรรมชาติ และยั่งยืน

ตัวอย่างต่อไปนี้ แสดงให้เห็นถึงการซื้อซ้ำในแผนบาลานซ์ทีม

หลักการคือ เมื่อสมาชิกสะสมคะแนนจนครบ 3,825PV เป็นระดับทอง(GD)แล้ว การซื้อสินค้าในแผน บาลานซ์ทีมครั้งต่อไป ระบบจะแจ้งให้สมาชิกทำการเปิดหน่วยที่ 2 โดยจะนำมาต่อทางฝั่งซ้าย หรือฝั่งขวาก็ได้ เพื่อสะสมคะแนนไว้จนครบ 3,825PV โดยคะแนนจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คะแนนใน 425PV แรกจะนำไปคำณวนในแผน ทวินเน็ทเวิร์ค(Twin Network) และอีก 3,400PV จะนำมาคำนวณในแผน บาลานซ์ทีม(Balance Team)

การเปิดหน่วยที่ 2 ของสมาชิกยังเป็นรหัสเดิม ไม่ต้องเสียค่าสมัครอีก ซึ่งในแต่ละรหัสจะสามารถเปิดหน่วยเพื่อซื้อสินค้าในแผนบาล้านทีมได้มากถึง 15 หน่วย

เมื่อหน่วยที่ 2 ของสมาชิก มีคะแนนสะสมครบ 3,825PV คะแนนจะเก็บไว้เพื่อมาคำนวณในแผนบาลานซ์ทีมทางฝั่งซ้าย 3,400PV หรือเท่ากับ 1 หน่วย และเมื่อมีการซื้อสินค้าซ้ำอีกก็จะเปิดหน่วยที่ 3 ไว้ทางฝั่งขวา และสะสมคะแนนต่อไป เมื่อทางฝั่งขวา มีคะแนนสะสมจนเป็น GD ทางฝั่งขวาก็จะมีคะแนน 3,400PV หรือเท่ากับ 1 หน่วยเช่นกัน

เมื่อคะแนนทางฝั่งซ้ายมี 3,400PV หรือ 1 หน่วย ฝั่งขวามี 3,400PV หรือ 1 หน่วย ระบบจะทำการจ่ายผลตอบแทน คิดเป็น 1 คู่ เท่ากับ 1,000 บาท

หากสมาชิกมีการซื้อสินค้าซ้ำบ่อยๆ เมื่อครบทุกๆ 3,825PV ระบบก็จะให้เปิดหน่วยใหม่อีก เราสามารถสะสมคะแนนเพื่อรับผลตอบแทนในแผนบาลานซ์ทีมได้อีก ยิ่งสะสมคะแนนได้เร็วเท่าไหร่ สมาชิกก็จะได้ผลตอบแทนกลับคืนมาเร็วขึ้นด้วย

ในแต่ละหน่วยเมื่อมีคะแนนครบ 3,825PV จะได้รับสิทธิเป็นระดับทอง(GD) สามารถสะสมคะแนนเพื่อรับผลตอบแทนในแผนบาลานซ์ทีมเช่นเดียวกับรหัสแรก เปรียบได้กันเป็นศูนย์ธุรกิจที่ 2-3-4 ได้เลย ดังน้นการซื้อซ้ำของสมาชิกจะเป็นการทวีค่าของการสะสมคะแนนในแผนบาลานซ์ทีมด้วย

ตัวอย่างในรูปด้านบนแสดงให้เห็นว่า เมื่อมีการซื้อซ้ำโดยการเปิดหน่วยที่ 6 และ 7 ตามลำดับ ระบบจะทำการคำนวณผลตอบแทนกลับคืนมามากขึ้นด้วย เพราะไม่ได้มีแค่รหัสแรกที่ได้ ศูนย์ธุรกิจที่ 2 และ 3 ก็ได้รับด้วยเช่นกัน จึงเป็นการจูงใจให้สมาชิกมีการซื้ำอซ้ำที่มากขึ้น เนื่องจากจะได้ผลตอบแทนกลับคืนมามากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน โดยไม่จำเป็นต้องบังคับให้รักษายอดแต่อย่างใด

สมาชิกที่ไม่ได้ทำธุรกิจแต่มีการปริโภคสินค้ามาก จะได้รับประโยชน์จากระบบบาลานซ์ทีมนี้เท่าเทียมกับสมาชิกที่ทำธุรกิจเลยทีเดียว จะแตกต่างกันตรงที่มีคะแนนสะสมเพื่อรับผลตอบแทนเร็วหรือช้าต่างกันเท่านั้น ซึ่งถือว่าเป็นการให้ประโยชน์กับสมาชิกทั้งที่ทำธุรกิจ และไม่ได้ทำธุรกิจได้เท่าเทียมกันอย่างยุติธรรม แถมยังจูงใจให้มีการซื้อซ้ำอย่างต่อเนื่องอีกด้วย ประกอบกับ บริษัทฯมีสินค้าให้เลือกปริโภคมากมายหลายประเภท จึงส่งผลให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน และเป็นไปตามธรรมชาติ

ตัวอย่างที่สอง การซื้อสินค้าในแผนบาลานซ์ทีม และทวินเน็ตเวิร์ค
ตัวอย่างนี้ สมมุติกรณี "นายแดง" เป็นสมาชิกเพื่อซื้อสินค้า หรือยังไม่พร้อมทำธุรกิจ แต่เนื่องด้วยระบบจะสร้างสายงานเพียง 2 สายงานจึงเป็นไปได้ที่เครือข่ายที่เกิดจากการทำงานของทีมงานด้านบนนำมาต่อเป็นสายงานนึงและมีการเจริญเติบโตมากขึ้น "นายแดง" จึงมีโอกาสได้รับผลตอบแทนด้วยเช่นกัน

จากรูปด้านบนเครือข่ายทั้งหมดที่เป็นสายงานของ "นายแดง" จะเก็บคะแนนให้ "นางแดง" ด้วยเช่นกัน ผลประโยชน์อันดับแรก คือแผนทวินเน็ตเวิร์ค ซึ่งแม้มีสายงานโตข้างเดียวก็มีสิทธิรับผลตอบแทนได้เช่นเดียวกัน

ในกรณีที่สายงานด้านซ้ายมีคะแนนเก็บมากอยู่แล้ว เพียงแค่ซื้อสินค้าสะสมคะแนนในแผนบาล้านทีมโดยเปิดหน่วยที่ 2 ทางฝั่งขวา เมื่อมีคะแนนในแผนบาล้านทีมครบ 3,400PV "นายแดง" จะได้รับ 1,000 บาททันที

หากมีการซื้อซ้ำอีก(ตามรูป) ผลตอบแทนก็จะทวีคูณมากขึ้น จากการที่ หน่วยที่ 2 กลายเป็น GD ซึ่งถือเป็น ศูนย์ธุรกิจด้วยเหมือนกัน ดังนั้นเมื่อมีการซื้อสินค้าโดยเปิด หน่วยที่ 3 และ 4 ภายใต้ศูนย์ธุรกิจที่ 2 ก็จะเก็บคะแนนให้ด้วย

วันพฤหัสบดีที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2553

ฉบับที่ 5/2553

ชื่อเรื่อง:
คู่มือทดสอบความคิดสร้างสรรค์ = Test your creative thinking

ผู้แต่ง:
ลอยด์ คิง, ผู้แต่ง ; รัชนี เอนกพีระศักดิ์, ผู้แปล

สำนักพิมพ์:
เนชั่นบุ๊คส์

ปีที่พิมพ์:
2551

จำนวนหน้า:
164 หน้า

ราคา:
125 บาท

คนเราเกือบทุกคนเกิดมาพร้อมความสามารถที่จะคิดอย่างสร้างสรรค์ แต่ทักษะดังกล่าวมักถูกละเลยหรือไม่ได้นำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ การคิดแนวข้าง (Lateral Thinking) เป็นเรื่องการคิดนอกกรอบของความเป็นเหตุเป็นผล ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ โดยหนังสือ คู่มือทดสอบความคิดสร้างสรรค์ นี้มีแบบทดสอบในรูปของเกมคำถามปริศนาแบบการคิดแนวข้างมากกว่า 200 ข้อ เพื่อท้าทายให้ผู้อ่านได้ทดลองฝึกทักษะในด้านการคิดสร้างสรรค์ การทำแบบทดสอบนี้ต้องอาศัยการมองปัญหาอย่างครอบคลุม มองออกไปจากกรอบความคิดเดิมๆ ใช้การวิเคราะห์ ไม่ยึดโยงกับรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง แต่มีความยืดหยุ่น และมองทุกอย่างว่าเป็นไปได้ เพื่อให้ได้คำตอบที่ผู้อ่านอาจจะไม่เคยคิดมาก่อนและจะพบว่าคุณเองก็สามารถทำข้อสอบลักษณะนี้ได้ ซึ่งแปลว่าคุณก็มีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์เช่นกัน

ชื่อเรื่อง:
บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ชีวิตนี้เป็นอะไรก็ได้ แต่ต้องเป็นหนึ่ง

ผู้แต่ง:
สมใจ วิริยะบัณฑิตกุล

สำนักพิมพ์:
พีเพิลมีเดีย

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
449 หน้า

ราคา:
320 บาท

หนังสือเล่มนี้เปิดเผยเรื่องราวชีวิต มุมมองแง่คิด ปรัชญาการใช้ชีวิต และการทำงานของนักธุรกิจวัย 72 ปี ประธานเครือบริษัทสหพัฒน์ “คุณบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา” เปิดใจให้สัมภาษณ์อย่างไม่ปิดบังนำเสนอเรื่องราวเบื้องหลังเบื้องลึกการพลิกชะตาชีวิต จากเด็กที่เรียนหนังสือในระบบไม่มากนัก แต่สามารถก้าวขึ้นมาสร้างและกุมบังเหียนอาณาจักรแสนล้านด้วยการสร้างธุรกิจจากศูนย์ สู่อาณาจักรธุรกิจอันยิ่งใหญ่กว่า300 แห่งมีพนักงานกว่า 100,000 คน มียอดขายทั้งเครือกว่า 100,000 ล้านบาท และดูเหมือนว่าจะเติบโตต่อไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด อะไรคือเหตุผลและเบื้องหลังของการสร้างสินค้าและอาณาจักรแห่งนี้ที่สร้างสิ่งมหัศจรรย์ให้กับแวดวงการค้าเมืองไทย ตลอดจนเรื่องเล่าไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิต ที่เต็มไปด้วยมุมมองความคิดและหลักปรัชญาที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้แก่คุณได้

ชื่อเรื่อง:
บันทึกลับจ้าวจื่อหยาง : เบื้องหลังเหตุการณ์นองเลือดเทียนอันเหมิน

ผู้แต่ง:
สิทธิพล เครือรัฐติกาล ... [และคนอื่น ๆ], แปล

สำนักพิมพ์:
มติชน
ปีที่พิมพ์
:
2552
จำนวนหน้า
:
462 หน้า
ราคา
:300 บาท

หนังสือเล่มนี้จะช่วยเติมเต็มประวัติศาสตร์ที่ขาดหายไป ด้วยเรื่องราวจากบันทึกลับของจ้าวจื่อหยาง
อดีตเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์และอดีตนายกรัฐมนตรีจีน ซึ่งถูกเผยแพร่ไว้ใน วาระครบรอบ 20 ปีเหตุการณ์เทียนอันเหมิน โดยเฉพาะเรื่องราวเหตุการณ์จลาจลนองเลือดที่จัตุรัสเทียนอันเหมินนั้น คนไทยได้รับรู้เพียงเศษเสี้ยวเท่านั้น ยังมีเบื้องลึกเบื้องหลังของเหตุการณ์และบุคคลสำคัญอีกมากที่ลุกขึ้นต่อสู้กับระบอบเก่า ทว่าวีรกรรมของท่านเหล่านั้นแทบไม่เป็นที่รับรู้เลยในโลกปัจจุบัน หลากหลายคำถามดำมืดที่คลุมเครือมาตลอด 20 ปี เช่น อะไรคือสาเหตุขัดแย้งในกลุ่มผู้นำชาวจีน อะไรคือสาเหตุการตัดสินใจใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมจนกลายเป็นโศกนาฎกรรมครั้งใหญ่ ทำไมจ้าวจื่อหยางจึงถูกกักขังอยู่ในบ้านของตนเองและถูกทำให้หายไปจากความทรงจำของคนจีนทั้งประเทศ "บันทึกลับจ้าวจื่อหยาง" ไม่เพียงบอกเล่าถึงเหตุการณ์เบื้องหลังการนองเลือดที่จตุรัสเทียนอันเหมินเท่านั้น แต่ยังแสดงทัศนคติที่มีต่อการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเมืองของจ้าวจื่อหยาง ขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงความแตกแยกทางความคิด อันเนื่องมาจากการขัดแย้งทางผลประโยชน์ภายในอย่างชัดเจน

ชื่อเรื่อง
:พระพุทธเจ้าองค์ใหม่ที่จะตรัสรู้ต่อจาก “เจ้าชายสิทธัตถะ”

ผู้แต่ง:
บารมี

สำนักพิมพ์:
มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย

ปีที่พิมพ์:
2552 (พิมพ์ครั้งที่ 6)

จำนวนหน้า:
406 หน้า

ราคา:
250 บาท

กล่าวถึงพุทธประวัติเกี่ยวกับผู้ที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าองค์ใหม่ในอนาคต 10 พระองค์ทั้งนี้ ผู้เขียนได้เรียบเรียงและวาดภาพประกอบเรื่องโดยอาศัยเนื้อความภาคภาษาไทยจากพระคัมภีร์สำคัญในพระพุทธศาสนา นิกายเถรวาท ได้แก่ ทสโพธิสัตตุปปัตติกถา หรือ อนาคตวงศ์ฉบับร้อยแก้ว และ อมตรสธาราอรรถกถาอนาคตวงศ์ นอกจากนี้ ยังได้รวบรวมเนื้อหาสาระจากพระคัมภีร์อื่น ๆ อีกหลายคัมภีร์ อาทิ ตำนานมูลศาสนาชินกาลมาลีปกรณ์ เป็นต้น

ชื่อเรื่อง
:หมอดื้อ

ผู้แต่ง:
ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา

สำนักพิมพ์:
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปีที่พิมพ์
:2552

จำนวนหน้า:
204 หน้า

ราคา:
199 บาท

หนังสือ "หมอดื้อ" เป็นการรวบรวมบทความของผู้เขียนที่นำลงเป็นประจำในหนังสือพิมพ์กรุงเทพ
ธุรกิจและหนังสือพิมพ์อื่นๆ ในช่วงปี 2551 และ 2552 ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับเรื่องราวของโรคภัย สุขภาพ และความปลอดภัย ครอบคลุมถึงวิธีการรักษา วิธีการใช้ยา กลยุทธ์ในการให้ผู้ป่วยใช้ยา การดูแลรักษาตนเองแบบไม่ต้องพึ่งพายา ฯลฯ โดยเป็นบทความที่มีการอ้างอิงหลักฐานทางการแพทย์และทางวิทยาศาสตร์ รวมถึงบุคคลที่มีตัวตน อันจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อผู้อ่านทั้งผู้ที่มีโรคภัยเจ็บป่วยอยู่ และผู้ที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง

วันพฤหัสบดีที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2553

ย่อหนังสือ 1/2553

ชื่อเรื่อง:
คู่มือนักบริหาร

ผู้แต่ง:
นาดี แก้วภิญโญ

สำนักพิมพ์:
อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
340 หน้า

ราคา:
300 บาท

นักบริหารที่ดีควรมีความพร้อมในทุกๆ ด้าน เพื่อให้งานต่างๆ ดำเนินไปได้ด้วยความเรียบร้อย
และสมบูรณ์แบบ "คู่มือนักบริหาร" เล่มนี้มีเครื่องมือให้นักบริหารสามารถตรวจสอบตนเองและนำมาฝึกใช้ในการบริหารได้ในทุกที่ ทุกเวลาและทุกโอกาส โดยเนื้อหาของหนังสือมีความหลากหลายและเข้าใจง่าย รวบรวมเรื่องการบริหารงาน การบริหารผลการปฏิบัติงาน การยริหารเงิน การบริหารคน การบริหารข้อมูลและการบริหารแผนอาชีพ รวมทั้งให้แง่มุมต่างๆ ซึ่งจะส่งผลให้การบริหารภาพรวมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและทำให้ผู้อ่านประสบความสำเร็จในอาชีพนักบริหารด้วย

ชื่อเรื่อง:
ERP สำหรับผู้บริหาร : ประเด็นในการเลือกใช้ ดำเนินโครงการ และขยายผล

ผู้แต่ง:
David Olson, เขียน ; วิทยา สุหฤทดำรง และ เผ่าภัค ศิริสุข, แปล

สำนักพิมพ์:
อี.ไอ.สแควร์

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
280 หน้า

ราคา:
320 บาท

ระบบ ERP (Enterprise Resource Planning) เป็นระบบสารสนเทศในองค์กรที่สามารถ
บูรณาการรวมงานหลักต่าง ๆ ในองค์กรทั้งหมดได้แก่ การจัดซื้อจัดจ้าง การผลิต การขาย การบัญชี และการบริหารบุคคล เข้าด้วยกันเป็นระบบที่สัมพันธ์กันและสามารถเชื่อมโยงกันอย่าง real time เพื่อให้สามารถรับรู้ข้อมูลหรือสภาพของกิจกรรมต่าง ๆ ที่กำลังดำเนินอยู่อย่างรวดเร็ว และสามารถตัดสินใจด้านการบริหารอย่างทันท่วงที แต่การนำมาใช้ยังคงสร้างภาระให้องค์กรในหลากหลายด้าน ทั้งเงินลงทุน เวลา บุคลากร และทรัพยากรอื่นๆ สร้างความบอบช้ำให้กับองค์กรอยู่บ่อยๆ โครงการล่าช้า ทำได้ไม่เท่าที่คาดหวัง ตอบสนองเพียงบางงานทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงักในบางกรณี สิ่งสำคัญที่ต้องตอบก่อนนำ ERP มาใช้คือ ผู้บริหารได้เข้าใจในประเด็นต่าง ๆ ในการเลือกใช้ ERP หรือไม่ จะออกแบบ ERP อย่างไร หนังสือเล่มนี้แนะวิธีการจัดการโครงการ ERP กลยุทธ์การนำระบบ ERP ไปใช้ การบำรุงรักษา ระบบข้อมูลข่าวกรองธุรกิจ การนำ ERP ไปใช้ในโซ่อุปทาน ERP กับการผลิตแบบลีน ความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีชั้นสูงและแนวโน้มของ ERP รวมทั้งมีกรณีศึกษาประกอบตลอดเล่ม

ชื่อเรื่อง:
สถิติหลักทางเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ
ผู้แต่ง:
ลดาวัลย์ รามางกูร

สำนักพิมพ์:
คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
387หน้า

ราคา:
300 บาท

หนังสือ "สถิติหลักทางเศรษฐศาสตร์และธุรกิจ" เป็นตำราลำดับที่ 57 ของโครงการพัฒนาตำรา ศูนย์บริการเอกสารวิชาการ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เขียนโดยอาจารย์ผู้มีประสบการณ์
เฉพาะด้านจากคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือเล่มนี้ครอบคลุมเนื้อหาด้านพื้นฐานทางสถิตินับตั้งแต่การเก็บรวบรวมข้อมูล ตลอดจนการวิเคราะห์ข้อมูล การนำเสนอข้อมูลด้วยวิธีต่างๆ การแจกแจงความน่าจะเป็นทั้งแบบต่อเนื่องและไม่ต่อเนื่อง การประมาณการค่า การทดสอบสมมติฐาน การทดสอบความสัมพันธ์ของตัวแปร โดยการทดสอบไคสแควร์ การวิเคราะห์ความถดถอยและสหสัมพันธ์ เหมาะสำหรับนิสิตระดับปริญญาตรีและโท รวมทั้งนักวิจัย ที่ต้องใช้เครื่องมือทางสถิติสำหรับงานวิจัย

ชื่อเรื่อง:
รู้ก่อนเป็นก่อน Windows 7

ผู้แต่ง:
สยาม สงวนรัมย์

สำนักพิมพ์:
ซีเอ็ดยูเคชั่น

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
120 หน้า

ราคา:
99 บาท

ระบบปฏิบัติการ Window ของไมโครซอฟต์ เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้กันอย่างแพร่หลายและเป็น
ที่นิยม เมื่อ Window พัฒนาการไปสู่ Windows 7 ระบบปฏิบัติการล่าสุดจากไมโครซอฟท์ จะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าเดิมเพียงใดนั้น หนังสือ รู้ก่อนเป็นก่อน Windows 7 เล่มนี้ แนะนำคุณสมบัติใหม่ๆ พร้อมการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน (step by step) นอกจากการปรับปรุงหลัก ๆ ในหลาย ๆ ด้าน ทั้งเคอร์นัลในการทำงานที่ทำงานได้เร็วขึ้นมีการปรับปรุงทาสก์บาร์ให้ดีขึ้นกว่าเดิม Jump List อินเตอร์เน็ตเฟซแบบ Aero และ Windows Midia Player 12 ที่ทำงานได้ดีขึ้น รวมไปถึงผู้ใช้สามารถปิดการทำงานงาน Internet Explorer 8 เพื่อใช้เว็บเบราว์เซอร์ตัวอื่นแล้ว ยังมีตัวอย่างประกอบ ทำให้เข้าใจและสามารถทำตามได้อย่างง่ายดายในระยะเวลาอันสั้น อ่านแล้วสามารถนำไปใช้ได้ทันที

ชื่อเรื่อง:
เด็กพิเศษช่วยได้ไม่ยาก

ผู้แต่ง:
นภัทร พุกกะณะสุต

สำนักพิมพ์:
นานมีบุ๊คพับลิเคชั่นส์

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า
:301 หน้า

ราคา:
320 บาท

การดูแลเด็กพิเศษที่มีสมาธิสั้น แอลดี และออทิสติก จำเป็นต้องมีความรู้ความเข้าใจในตัวเด็ก
การใช้อารมณ์และความรุนแรงในการสอนหรือการฝึกหัดจะไม่เกิดประโยชน์ใด ๆ ตรงกันข้ามกลับจะส่งผลร้ายการให้ความเอาใจใส่ช่วยเหลือ ดูแลรักษาให้ถูกวิธี ให้ความรัก ความสุขแก่เด็กเหล่านี้ จะช่วยให้เด็กเป็นพลเมืองดีของประเทศ และทำประโยชน์ให้แก่สังคมได้ หนังสือเล่มนี้ ผู้เขียน คุณนภัทร พุกกะณะสุต ได้รวบรวมกลั่นกรองเรื่องราวและปัญหาต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับเด็กสมาธิสั้น เด็กออทิสติก และเด็กที่มีความบกพร่องทางการเรียนรู้ที่เธอได้รับจากบรรดาพ่อแม่ คุณครู และทุก ๆ คนที่ได้มีโอกาสใกล้ชิดหรือดูแลเด็กกลุ่มนี้ โดยใช้ประสบการณ์จริงที่ได้เคยเผชิญมามากกว่า 20 ปี เพื่อแก้ปัญหาให้ลูกของเธอที่เป็นเด็กสมาธิสั้น ทั้งยังให้ความรู้จากทฤษฎีและจากการปฏิบัติจริง ซึ่งเป็นประโยชน์แก่พ่อแม่ที่ลูกมีปัญหารวมทั้งญาติพี่น้องรอบ ๆ ตัวเด็กด้วย

ชื่อเรื่อง:
ศรัทธา กับหลักพุทธศาสนาที่แท้จริง

ผู้แต่ง:
หลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

สำนักพิมพ์:
มูลนิธิหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ

ปีที่พิมพ์:
2552 (พิมพ์ครั้งที่ 4)

จำนวนหน้า:
133 หน้า

ราคา:
-
รวบรวมคำสอนของหลวงพ่อเทียน จิตฺตสุโภ ซึ่งแสดงไว้ในการอบรม ณ สำนักปฏิบัติธรรมทับมิ่งขวัญ ตำบลกุดป่อง อำเภอเมือง จังหวัดเลย เพื่อชี้แนวทางปฏิบัติการเจริญสติอันนำไปสู่ความพ้นทุกข์ โดยแนะนำว่าเราควรศึกษาในเรื่องใดบ้าง และจะต้องปฏิบัติอย่างไรจึงจะรู้จริง เห็นจริงตามความเป็นจริง
เนื้อหาในเล่มเป็นข้อเขียนสั้นๆ เข้าใจง่ายด้วยตัวอย่างต่างๆ แนะนำรูปแบบการเจริญสติในชีวิตประจำวันโดยกิริยาเคลื่อนไหวในอิริยาบทนั่งด้วย

วันอาทิตย์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2553

เคล็ดลับได้รถเก๋งฟรีหนึ่งคัน

ซื้อรถเก๋ง 1,800 cc เหมือนได้เปล่า เพราะได้จากการวางแผนภาษีโดยแท้ จากการทำงานมา 20 ปี ประหยัดภาษีได้เฉลี่ยปีละสามหมื่นบาท รวมหกแสนบาท และเมื่อนำไปลงทุนหาผลประโยชน์ได้รวมเป็นแปดแสนบาท เพราะว่าภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สามารถลดหย่อนได้ 3 ข้อ
1. ประกันชีวิตลดหย่อนภาษีได้ปีละ หนึ่งแสนบาท
2. LTF ไม่เกิน 15% ของรายได้และไม่เกิน ห้าแสนบาท
3. RMF ไม่เกิน 15% ของรายได้ +กองทุนสำรองเลี้ยงชีพไม่เกิน 12% ของเงินเดือน และเมื่อรวมแล้วไม่เกิน ห้าแสนบาท
ดังนั้นปี 52 เราประหยัดภาษีได้
1. สองหมื่นบาท
2. สามหมื่นบาท
3. ห้าหมื่นบาท รวมทั้ง 3 ข้อ หนึ่งแสนบาท
โดยเฉพาะประกันชีวิตยังช่วยให้เราสบายใจหมดห่วง เหมือนมีหลักประกันชีวิต ความวิตกกังวลเป็นบ่อเกิดแห่งมะเร็ง จึงหวังว่าคนทำประกันชีวิตไว้จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีในยามชรา
หากมีข้อสงสัยสอบถามได้ที่ angvic5@gmail.com

วันพฤหัสบดีที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ย่อหนังสือ 19/2552

ชื่อเรื่อง:
ชำแหละ "แฮมเบอร์เกอร์"

ผู้แต่ง:
วีรพงษ์ รามางกูร

สำนักพิมพ์:
มติชน

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
123 หน้า

ราคา:
115 บาท

โลกสมัยปัจจุบันที่เน้นเรื่องโลกาภิวัตน์ โลกไร้พรมแดน เมื่อวัฏจักรทางเศรษฐกิจเกิดขึ้นใน
ภูมิภาคหนึ่งก็จะมีผลกระทบถึงกันไปทั่วทั้งโลกอย่างรวดเร็ว ชำแหละ "แฮมเบอร์เกอร์" ได้อธิบายถึงวิกฤตทางการเงินของสหรัฐอเมริกาซึ่งเกิดขึ้นในปี 2552 ว่ามีจุดกำเนิดอย่างไร สร้างความเสียหายแค่ไหน พัฒนาการและทิศทางแก้ไขปัญหาควรจะเป็นอย่างไร รวมถึงแนวทางในการเตรียมรับมือวิกฤตครั้งนี้สำหรับประเทศไทยด้วย

ชื่อเรื่อง:
ภาษาญี่ปุ่น สนุก 8

ผู้แต่ง:
โอะซะมุ และ โนะบุโคะ มิซึตะนิ, ผู้เขียน ; ปรียา อิงคาภิรมย์, ผู้แปล

สำนักพิมพ์:
New Wave

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
312 หน้า

ราคา:
155 บาท

ภาษาญี่ปุ่นสนุก หรือชื่อเดิมคือ สนุกกับภาษาญี่ปุ่น แปลมาจากหนังสือชุด Nihongo Notes
ซึ่งเคยตีพิมพ์ในเจแปนไทมส์และเป็นที่นิยมอ่านกันอย่างแพร่หลายจนได้รับรางวัล "สิ่งพิมพ์ด้านวัฒนธรรมนานาชาติครั้งที่ 10 " ภาษาญี่ปุ่นสนุกจะช่วยทำให้นักเรียน นักศึกษา และคนไทยทั่วไปได้เรียนรู้เรื่องการสนทนาภาษาญี่ปุ่นและได้เข้าใจถึงวัฒนธรรม ขนบธรรมเนียมประเพณี สภาพดินฟ้าอากาศของคนญี่ปุ่นไปพร้อมๆ กันซึ่งจะทำให้การเจรจาสื่อสารติดต่อกับคนญี่ปุ่นในเรื่องต่างๆ สำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี

ชื่อเรื่อง:
สเน็ก ฟิช ฟิช ภาษาอังกฤษเที่ยวนอก

ผู้แต่ง:
มารพิณ

สำนักพิมพ์:
บุ๊ค คาเฟ่

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
213 หน้า

ราคา:
165 บาท

อยากเป็นแบ็คแพ็คเกอร์ไม่ยากอย่างที่คิด แค่มีแผนที่ อ่านภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย ชี้โบ้
ชี้เบ้ ปล่อยไก่นิดหน่อยจะเป็นไร หนังสือเล่มนี้จะทำให้คุณหมดอุปสรรคในการเดินทาง หากคุณกำลังจะเดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรก และรู้สึกกังวลทุกครั้งที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ นี่คือทางออกสำหรับคุณ คู่มือที่จะพาคุณเที่ยวต่างแดนได้อย่างมั่นใจ แนะนำการใช้ภาษาอังกฤษและขั้นตอนต่างๆ ที่คุณจะพบในการเดินทาง ตั้งแต่การกรอกแบบฟอร์มที่สนามบิน ขั้นตอนการเข้า-ออกสนามบิน ไปขึ้นเครื่องที่ประตูไหน หรือทำยังไงถ้าต้องเดินทางเองพร้อมประโยคสนทนาแบบง่ายๆ ที่คุณอาจต้องใช้ในการเดินทาง

ชื่อเรื่อง:
ทิปเด็ด เคล็ดลับ สร้างงานจริงด้วย Office 2007

ผู้แต่ง:
ดวงพร เกี๋ยงคำ

สำนักพิมพ์:
โปรวิชั่น

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
297 หน้า

ราคา:
179 บาท

หนังสือ “ทิปเด็ด เคล็ดลับ สร้างงานจริงด้วย Office 2007” นำเสนอวิธีการสร้างเอกสาร
หลากหลายรูปแบบด้วยโปรแกรม Microsoft Word 2007 เทคนิคการสร้างพรีเซนเทชันด้วย PowerPoint 2007 และเทคนิคการจัดการกับข้อมูลและสูตรคำนวณด้วย Excel 2007 จากตัวอย่างงานจริงมากกว่า 100 ตัวอย่าง รวมถึงแนะนำเทคนิคการใช้งานแบบง่ายและรวดเร็ว

ชื่อเรื่อง:
ปฏิวัติ 2475 = 1932 Revolution in Siam

ผู้แต่ง:
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ, ธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์

สำนักพิมพ์:
มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
507 หน้า

ราคา:
390 บาท

รวบรวมผลงานของ 2 นักวิชาการไว้ในเล่มเดียวกัน ได้แก่ เรื่อง 2475 : การปฏิวัติสยาม ของ
ชาญวิทย์ เกษตรศิริ ที่เน้นให้เห็นความสำคัญในบริบททางสังคมทั้งภายในประเทศและสังคมโลก ที่มีปฏิสัมพันธ์ต่อความรับรู้ แนวความคิด และกระบวนการตัดสินใจทางสังคมการเมือง กับ เรื่อง 2475 และ 1 ปีหลังการปฏิวัติ ของธำรงศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ที่ศึกษาเกี่ยวกับความคิดและบทบาททางการเมืองของกลุ่มฝ่ายต่าง ๆ ที่ได้ต่อสู้แย่งชิงเพื่อดำรงรักษาและสถาปนาอำนาจทางสังคม เศรษฐกิจ และการเมืองของตนและฝ่ายตน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของความผันแปรเบี่ยงเบนเส้นทางของระบอบรัฐธรรมนูญประชาธิปไตยตั้งแต่ต้น

ชื่อเรื่อง:
ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น

ผู้แต่ง:
วีระชัย วาสิกดิลก

สำนักพิมพ์:
เนชั่นบุ๊คส์

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
163 หน้า

ราคา:
125 บาท

"ใครไม่ป่วยยกมือขึ้น" หนังสือที่จะทำให้ผู้อ่านห่างไกลจากสารพัดโรคร้ายและเป็นการพิสูจน์
ให้ผู้อ่านทราบว่า หมอที่ดีที่สุด คือตัวเราเอง กับเรื่องง่ายๆ ที่สามารถเริ่มทันทีด้วยตัวเอง เริ่มจากการรู้จักร่างกายตัวเอง พฤติกรรมตัวเอง เรียนรู้และรับฟังสัญญาณเตือนจากร่างกาย พร้อมทั้งรู้จักวิธีการใช้โภชนาการและการดำรงชีวิตให้ถูกต้องตามหลักของธรรมชาติ เพื่อให้ร่างกายสามารถสร้างภูมิคุ้มกันเอง เนื้อหาในเล่มผู้อ่านจะพบกับเคล็ดลับของการสร้างยาที่ดีที่สุดที่มีราคาไม่แพง นั่นคือยาที่สร้างขึ้นมาจากร่างกายที่สมดุล นอกจากนี้ยังมี CASE ผู้ป่วยที่เป็นโรคต่าง ๆ แต่ละ CASE จะบอกถึงอาการของโรค พฤติกรรมการใช้ชีวิตของผู้ป่วย และวิธีรักษาจากการปรับพฤติกรรมเพื่อสร้างสมดุลของร่างกายและเสริมภูมิต้านทานโรค

วันอาทิตย์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552

ย่อหนังสือ ฉบับที่ 20/2552

ชื่อเรื่อง:
ลีนอย่างไร - - สร้างกำไรให้องค์กร = Profitable lean manufacturing

ผู้แต่ง:
วิโรจน์ ลักขณาอดิศร

สำนักพิมพ์:
สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น)

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
241 หน้า

ราคา:
195 บาท


หนังสือนำเสนอแนวทางปฏิบัติในระบบการผลิตที่สามารถทำได้จริง เชื่อมโยงแนวคิดระหว่าง
การบริหารธุรกิจ และระบบการผลิตแบบลีน เพื่อให้เห็นภาพของการนำระบบการผลิตแบบลีนนำไปใช้สร้างกำไรให้กับองค์กรได้อย่างเป็นรูปธรรม โดยเริ่มจากการทำความรู้จักกับสาระสำคัญของระบบการผลิตแบบลีน (Lean Manufacturing) การนำมาประยุกต์ใช้ในกระบวนการผลิต และการบริการต่าง ๆ เช่น การจัดการระบบลอจิสติกส์ การจัดการศูนย์ กระจายสินค้าและคลังสินค้า การสร้างวัฒนธรรมอันเป็นรากฐานของลีนให้เกิดขึ้นภายในองค์กร เทคนิคในการนำลีนและเครื่องมือในการบริหารต่าง ๆ มาประยุกต์ใช้ในองค์กร จนถึงการพัฒนาลีนให้มีความยั่งยืน และสร้างกำไรให้กับองค์กรได้จริง

ชื่อเรื่อง:
เศรษฐกิจสร้างสรรค์ : เขามั่งคั่งจากความคิดกันอย่างไร

ผู้แต่ง:
ฮาวกินส์, จอห์น, ผู้แต่ง ; คุณากร วาณิชย์วิรุฬ, ผู้แปล

สำนักพิมพ์:
อมรินทร์พริ้นติ้งแอนด์พับลิชชิ่ง

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
200 หน้า

ราคา:
245 บาท

หนังสือ “เศรษฐกิจสร้างสรรค์ : เขามั่งคั่งจากความคิดกันอย่างไร” สะท้อนมุมมองทางเศรษฐกิจที่ปัจจุบันทุกประเทศทั่วโลกต่างสามารถผลิตสินค้า และบริการที่มีคุณภาพทัดเทียมกันได้ เนื่องจาก
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการผลิตและสารสนเทศ ส่งผลให้ผู้บริโภคเริ่มมองหาสิ่งใหม่ที่ตอบสนองความต้องการเฉพาะตน ดังจะเห็นได้จากการที่หลายประเทศทั่วโลกต่างหันไปสู่ระบบเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศอย่างมั่นคง หนังสือเล่มนี้ ประกอบด้วยเนื้อหาเกี่ยวกับสิทธิบัตร ลิขสิทธิ์ เครื่องหมายการค้า งานออกแบบ และความลับทางการค้า รวมถึงเรื่องราวที่เป็นบทเรียนราคาแพงของบริษัทหลายแห่งที่ไม่ได้จดทะเบียน เพื่อปกป้องทรัพย์สินทางปัญญาของตน พร้อมกล่าวถึงอุตสาหกรรมสร้างสรรค์สำคัญ 15 ประเภท ตั้งแต่การโฆษณา สถาปัตยกรรม ศิลปะ หัตถกรรม งานออกแบบ แฟชั่น ภาพยนตร์ ดนตรี ศิลปะการแสดง การพิมพ์ การวิจัยและพัฒนา ซอฟต์แวร์ ของเล่นและเกม โทรทัศน์และวิทยุ และวิดีโอเกม
รวมไปถึงหลักการบริหารจัดการความสร้างสรรค์ และกฎ 10 ประการสู่ความสำเร็จในเศรษฐกิจสร้างสรรค์

ชื่อเรื่อง:
การเขียนเพื่อการประชาสัมพันธ์

ผู้แต่ง:
รุ่งรัตน์ ชัยสำเร็จ

สำนักพิมพ์:
สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปีที่พิมพ์:
2552 (พิมพ์ครั้งที่ 6)

จำนวนหน้า:
217 หน้า

ราคา:
180 บาท

การเขียนเพื่อการประชาสัมพันธ์ สามารถนำไปใช้เป็นประโยชน์ต่อวงการศึกษาและวงการวิชาชีพประชาสัมพันธ์ โดยเนื้อหาประกอบด้วยหลักการและทฤษฎีพื้นฐานด้านการประชาสัมพันธ์กับ
การเขียน การนำเสนอหลักและเทคนิคปฏิบัติในรายละเอียดสำหรับการทำงานเขียนเพื่อการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่างๆ ทั้งในแง่การสร้างสรรค์เนื้อหาและรูปแบบงานเขียน รวมถึงกลยุทธ์การเผยแพร่ ซึ่งจะเป็นประโยชน์สำหรับนักประชาสัมพันธ์สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงตามความเหมาะสมได้

ชื่อเรื่อง:
ไม่มีเจ้านายไม่ใช่ลูกน้อง องค์กรของเรามีแต่ "ผู้นำ"

ผู้แต่ง:
ทศ คณนาพร

สำนักพิมพ์:
แฮปปี้บุ๊คส์

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
144 หน้า

ราคา:
125 บาท

การขับเคลื่อนองค์กรให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถบรรลุผลสำเร็จนั้น "ผู้นำ" (Leader) เป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งประการหนึ่ง เพราะผู้นำมีภาระหน้าที่และความรับผิดชอบโดยตรงในการวางแผน สั่งการ ดูแล และควบคุมให้บุคลากรขององค์กรปฏิบัติงานต่างๆ ให้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่กำหนดไว้ 'การสร้างผู้นำที่เก่งและดีสู่องค์กรนั้น ต้องมีกระบวนการอย่างไร' หนังสือ ไม่มีเจ้านาย ไม่ใช่ลูกน้อง องค์กรของเรามีแต่ "ผู้นำ" ช่วยค้นหาคำตอบในการสร้างผู้นำทุกระดับ เพื่อการนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่

ชื่อเรื่อง:
ต่างความเห็น เห็นความต่าง : คดีที่ดินแปลงรัชดาภิเษก

ผู้แต่ง:
ชมรมกฎหมายภิวัฒน์แห่งประเทศไทย ... [และคนอื่น ๆ]

สำนักพิมพ์:
โลกวันนี้

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
127 หน้า

ราคา:
120 บาท

หนังสือรวบรวมข้อมูลข้อเท็จจริง ข้อกฎหมาย กรอบแนวคิดและทฤษฎีของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งมีความเห็นเกี่ยวกับการประมูลซื้อที่ดินบริเวณถนนรัชดาภิเษกระหว่างกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัมนาระบบสถาบันการเงิน กับ คุณหญิง พจมาน ชินวัตร (ดามาพงศ์) ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี โดยมีการกล่าวหาว่าการซื้อที่ดินดังกล่าวเป็นความตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 มาตรา 100 โดยถือว่าเป็น “กรณีการขัดกันระหว่างผลประโยชน์ส่วนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม”

วันศุกร์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2552

ย่อหนังสือ 18/2552

ชื่อเรื่อง:
รู้ลึกจุดอ่อนที่มักถูกสรรพากรประเมิน

ผู้แต่ง:
สมเดช โรจน์คุรีเสถียร ... [และคนอื่น ๆ]

สำนักพิมพ์:
ธรรมนิติ

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
930 หน้า

ราคา:
900 บาท

บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลมีหน้าที่ต้องเสียภาษีอากรตามประมวลรัษฎากรไม่ว่าจะเป็น
ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ภาษีเงินได้บุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย และอากรแสตมป์ ที่มักจะมีการเสียภาษีผิดพลาดคลาดเคลื่อนอยู่เป็นประจำ อันเนื่องมาจากความเข้าใจผิดในประเด็นของกฎหมาย หรือปฏิบัติผิดตามเงื่อนไขที่ได้กำหนดไว้ในประมวลรัษฎากรทำให้ถูกประเมินภาษีจากเจ้าพนักงานประเมินหนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมประเด็นที่ผิดพลาดบ่อย ๆ ในการจัดทำบัญชีและเสียภาษีอากรของธุรกิจเพื่อลดข้อผิดพลาดและเสียภาษีให้ถูกต้อง เพื่อช่วยลดข้อผิดพลาดที่มักถูกสรรพากรประเมิน

ชื่อเรื่อง:
ความต้องการใช้ข้อมูลการวิจัยของภาคธุรกิจและภาคการศึกษาเอกชน

ผู้แต่ง:
กลุ่มกิจการพิเศษ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

สำนักพิมพ์:
สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ

ปีที่พิมพ์:
2551

จำนวนหน้า:
146 หน้า

ราคา:
-

การศึกษาความต้องการใช้ข้อมูลงานวิจัยภาคธุรกิจและภาคสถาบันการศึกษาเอกชนเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานโครงการระบบฐานข้อมูลการวิจัยของประเทศ โดยศึกษาความต้องการใช้ข้อมูลงานวิจัยของภาคธุรกิจและภาคการศึกษาเอกชน และศึกษาการใช้และการทำวิจัยของภาคธุรกิจและภาคการศึกษาเอกชน เพื่อนำไปใช้เป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาระบบฐานข้อมูลการวิจัยเพื่อจุดประสงค์เชิงวิจัยและเชิงนโยบายในการพิจารณากำหนดนโยบายและแนวทางการสนับสนุนการวิจัยของประเทศต่อไป

ชื่อเรื่อง:
มรรควิธีเศรษฐศาสตร์การเมือง (3) : เศรษฐศาสตร์แห่งการให้

ผู้แต่ง:
กนกศักดิ์ แก้วเทพ

สำนักพิมพ์:
คณะเศรษฐศาสตรื จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
188 หน้า

ราคา:
120 บาท


ผู้เขียนกล่าวถึงเกี่ยวกับเศรษฐศาสตร์แห่งการให้ (Economics of Giving) และอธิบายว่า แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเกี่ยวข้องอย่างไรกับเศรษฐศาสตร์แห่งการให้ พร้อมทั้งนำเสนอบทความวิชาการจากการค้นคว้าวิจัยของผู้เขียนประกอบด้วย

ชื่อเรื่อง:
ปัญหาเบี้ยยังชีพสำหรับผู้สูงอายุ

ผู้แต่ง:
วรเวศม์ สุวรรณระดา และ อาภาพรรณ คำวชิรพิทักษ์

สำนักพิมพ์:
สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
(25), 285 หน้า

ราคา:
200 บาท


หนังสือเรื่อง ปัญหาเบี้ยยังชีพสำหรับผู้สูงอายุ นี้เรียบเรียงจากผลงานวิจัยซึ่งได้รับการสนับสนุน
จากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาสถานการณ์ปัจจุบันของระบบเบี้ยยังชีพสำหรับผู้สูงอายุในแง่มุมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการจัดสรรงบประมาณในระดับมหภาค กระบวนการและเกณฑ์ที่ใช้ในการคัดเลือกผู้สูงอายุ ด้านความครอบคลุม และปัญหาของการปฏิบัติในระดับพื้นที่ รวมทั้งศึกษามาตรการที่คล้ายคลึงกันในต่างประเทศ รวมทั้งนำเสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อนำไปสู่ความสอดคล้องในการสร้างหลักประกันด้านรายได้ให้กับผู้สูงอายุในปัจจุบันและผู้สูงอายุในอนาคตอย่างมีเอกภาพ

ชื่อเรื่อง:
คู่มือ PowerPoint 2007 : ฉบับสมบูรณ์ (2009-2010)

ผู้แต่ง:
ดวงพร เกี๋ยงคำ

สำนักพิมพ์:
โปรวิชั่น

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
412 หน้า

ราคา:
169 บาท

โปรแกรม Microsoft PowerPoint เป็นหนึ่งในโปรแกรมสร้างพรีเซนเทชันที่ได้รับความนิยมสูง
ที่ใช้งานกันมานานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้พัฒนามาถึงเวอร์ชั่น 2007 ในหนังสือเล่มนี้ได้อธิบายการทำงานเกี่ยวกับการสร้างพรีเซนเทชันแบบครบถ้วน รวมคำสั่งที่จำเป็นต้องใช้งานจริง ตั้งแต่เริ่มลงมือสร้างงานนำเสนอเบื้องต้นไปจนถึงการเตรียมงานไปนำเสนอ เนื้อหาในเล่มเริ่มตั้งแต่ การทำความรู้จักกับ PowerPoint 2007 การสร้างและจัดการพรีเซนเทชัน การจัดรูปแบบสไลด์ การจัดรูปแบบข้อความบนสไลด์ การตกแต่งสไลด์ด้วยภาพ การวาดภาพกราฟฟิก การสร้างสไลด์มัลติมีเดีย การนำเสนอข้อมูลด้วยตาราง การนำเสนอข้อมูลด้วยกราฟ การทำสไลด์เอฟเฟ็คต์ การจัดเตรียมงานนำเสนอ การทำสไลด์โชว์ การจัดทำเอกสารและการจัดพิมพ์

ชื่อเรื่อง:
ภัยหวัด 2009 และโรคติดเชื้ออื่น ๆ ที่ต้องระวัง!

ผู้แต่ง:
พิสุทธิพร ฉ่ำใจ : บก.เรียบเรียง

สำนักพิมพ์:
ต้นธรรม

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
191 หน้า

ราคา:
120 บาท

โรคระบาด หมายถึง โรคที่มีการแพร่กระจายของโรคไปอย่างรวดเร็วและในอาณาบริเวณกว้าง
มีผู้ป่วยจำนวนมาก ความรุนแรงและอันตรายของโรคแตกต่างกันไป โรคระบาดบางชนิดเป็นโรคที่เราพบเห็นอยู่ทั่วไป แต่ด้วยสภาวะแวดล้อมของโลกที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากในปัจจุบัน ทำให้เกิดสภาวะกลายพันธุ์ของเชื้อโรคดังเช่น ไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ 2009 เป็นต้น หนังสือเล่มนี้จึงให้ความรู้เกี่ยวกับภัยของโรคระบาดและโรคติดเชื้อในเรื่องของสาเหตุ อาการ การป้องกัน การติดต่อ และการรักษา เพื่อให้รู้เท่าทันโรคต่าง ๆ และสามารถดูแลตนเองและผู้อื่นได้

ชื่อเรื่อง:
งานศึกษากัมพูชาที่มีในประเทศไทย : สำรวจสถานภาพองค์ความรู้

ผู้แต่ง:
เบญจวรรณ นาราสัจจ์

สำนักพิมพ์:
ศูนย์วิจัยพหุลักษณ์สังคมลุ่มน้ำโขง มหาวิทยาลัยขอนแก่น

ปีที่พิมพ์:
2252

จำนวนหน้า:
324 หน้า

ราคา:
270 บาท

หนังสือ “งานศึกษากัมพูชาที่มีในประเทศไทย : สำรวจสถานการณ์องค์ความรู้” อยู่ภายใต้แผนงานวิจัยความสัมพันธ์ข้ามพรมแดน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ได้ข้อมูลเบื้องต้น เกี่ยวกับองค์ความรู้เรื่อง
กัมพูชาศึกษาที่มีอยู่ในสิ่งพิมพ์ประเภทงานวิจัย เอกสารงานวิชาการ และวิทยานิพนธ์/สารนิพนธ์ ของประเทศไทยในปัจจุบัน โดยจัดทำในลักษณะฐานข้อมูลบรรณานุกรมพร้อมบทคัดย่อของสิ่งพิมพ์แต่ละรายการ ซึ่งสามารถสะท้อนถึงองค์ความรู้เกี่ยวกับกัมพูชาศึกษาที่ผู้อ่านสามารถหาได้ในประเทศไทยอย่างน่าสนใจ และอาจช่วยเป็นพื้นฐานให้กับผู้สนใจศึกษาทำความเข้าใจประเทศกัมพูชา ใช้เป็นข้อมูลเบื้องต้นในการศึกษาเจาะลึกเฉพาะประเด็นต่อไป

วันอังคารที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2552

ย่อหนังสือ ฉบับที่ 17/2552


ชื่อเรื่อง:
ภาษีบริษัทข้ามชาติ

ผู้แต่ง:
พนิต ธีรภาพวงศ์

สำนักพิมพ์:
วิญญูชน

ปีที่พิมพ์:
255

จำนวนหน้า:
174 หน้า

ราคา:
200 บาท

หนังสือ "ภาษีบริษัทข้ามชาติ" มุ่งอธิบายแนวคิดพื้นฐานอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับภาษีที่จัดเก็บ
จากบริษัทข้ามชาติ โดยแบ่งเนื้อหาออกเป็นสองภาคใหญ่ คือ ภาคทฤษฎี ว่าด้วยข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับบริษัทข้ามชาติและภาษีที่เกี่ยวข้อง และภาคปฏิบัติ ที่ว่าด้วยการจัดเก็บภาษี ผนวกด้วยคำอธิบายวิธีการขจัดภาษีซ้ำซ้อนระหว่างประเทศในมุมมองและการตีความของประเทศไทยเป็นการเฉพาะ ตลอดจนบทบาทว่าด้วยมาตรการป้องกันการเลี่ยงภาษีระหว่างประเทศ เหมาะสำหรับผู้อ่านทุกระดับ รวมถึงระดับปฏิบัติ - Practitioners ในสำนักงานกฎหมายและสำนักงานทางบัญชี

ชื่อเรื่อง:
100 ประเด็น 100 ปัญหา ค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาทรัพย์สิน

ผู้แต่ง:
สมเดช โรจน์คุรีเสถียร ... [และคนอื่น ๆ]

สำนักพิมพ์:
ธรรมนิติ

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
629 หน้า

ราคา:
600 บาท

การดำเนินกิจการทุกประเภทจะต้องมีสินทรัพย์ไว้ใช้ในการอำนวยประโยชน์ต่อการดำเนินกิจการ
โดยมีไว้เพื่อใช้ และมักจะมีสินทรัพย์ค่อนข้างมาก และในแต่ละปีจะมีการซื้อสินทรัพย์เข้ามาใช้ในการดำเนินกิจการอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกิดปัญหาในการควบคุม ตรวจสอบ หรือการบริหารสินทรัพย์ให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่กิจการ ตลอดจนการคิดค่าเสื่อมราคาของสินทรัพย์ หนังสือเล่มนี้ เป็นแนวทางให้กันผู้บริหาร นักบัญชี ในการหักค่าสึกหรอและค่าเสื่อมราคาได้อย่างถูกต้องทั้งในแง่ของการบริหาร การจัดการ ตลอดจนการดูแลสินทรัพย์นั้นให้เป็นไปตามหลักการบัญชี มาตรฐานการบัญชี และกฎหมายภาษีอากร

ชื่อเรื่อง:
การจัดการไอทีลอจิสติกส์ = IT logistics management

ผู้แต่ง:
วิศิษฎ์ วัฒนานุกูล

สำนักพิมพ์:
ซีเอ็ดยูเคชั่น

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
194 หน้า

ราคา:
220 บาท

นำเสนอแนวคิดการประยุกต์ใช้ไอทีสำหรับลอจิสติกส์ ซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการนำพาองค์กรสู่ความเป็นเลิศด้านซัพพลายเชนที่จะช่วยในการวางแผน สนับสนุน ควบคุมการไหลของกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เนื้อหาสำคัญในเล่มได้แก่ แนวคิดและภาพรวมการนำไอทีมาปรับใช้เป็นกลยุทธ์ด้านลอจิสติกส์ซัพพลายเชนขององค์กร การนำระบบบริหารจัดการคลังสินค้าและขนส่งมาเป็นเครื่องมือบริหาร การประยุกต์ใช้ลอจิสติกส์ซัพพลายเชนในยุคอีคอมเมิร์ซ การจัดการซัพพลายเชนแบบบูรณาการ ขั้นตอนในการเลือกซอฟต์แวร์สำหรับลอจิสติกส์ซัพพลายเชนและเคล็ดลับการบริหารโครงการอิมพลีเมนต์ระบบลอจิสติกส์ให้ประสบความสำเร็จ และกรณีศึกษาการประยุกต์ไอทีลอจิสติกส์ในอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศ

ชื่อเรื่อง:
ฉะ แฉ ฉาว 3 สะกดรอย...ความขัดแย้ง

ผู้แต่ง:
ทีมข่าวการเมืองมติชน

สำนักพิมพ์:
มติชน

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
428 หน้า

ราคา:
270 บาท

ตลอดปี 2551 มีประวัติศาสตร์ทางการเมืองในลักษณะที่เป็น “ที่สุด” ที่ต้องถูกบันทึกไว้ ทีมข่าวการเมืองมติชนจึงได้รวบรวมและเรียบเรียง บทสัมภาษณ์นักการเมืองของโต๊ะข่าวการเมืองมติชนออกมาเป็นหนังสือ“ฉะ แฉ ฉาว3 สะกดรอย...ความขัดแย้ง” ซึ่งจะช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจบริบทความขัดแย้งทางการเมืองของไทยว่า ทำไมการเมืองไทยจึงยังคงวนเวียนเหมือนพายเรือในอ่าง และทำไม “ชนชั้นนำ” ของไทย ถึงไม่สามารถนำพาคนไทยและสังคมไทยให้พ้นจาก “หล่ม” ที่กำลังจะกลืนกินคนไทยทั้งชีวิตให้ลืมตาอ้าปากแบบจริงจังและยืนยาวได้

ชื่อเรื่อง:
เปิดตัวตน เปิดความคิด ปิดความล้มเหลว

ผู้แต่ง:
พรหมมาตร์ ชายสิม

สำนักพิมพ์:
คิดดี

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
215 หน้า

ราคา:
155 บาท

ความสำเร็จ เป็นชัยชนะที่น่าชื่นชมที่สุดในชีวิต ยิ่งหากความสำเร็จนั้นเกิดขึ้นกับคนที่แทบจะไม่มี
ความพร้อม ไม่มีทั้งเงิน บ้าน และความรู้สูง แต่กลับสามารถทำให้ตัวเองเป็นเจ้าของธุรกิจ และมีรายได้เดือนละหลายล้านบาท ทำไมคนธรรมดาจึงสามารถสร้างความสำเร็จได้อย่างสูงสุด หนังสือ "เปิดตัวตน เปิดความคิดปิดความล้มเหลว" ถ่ายทอดแนวคิด มุมมอง และวิธีการลงมือทำ จากระสบการณ์ตรงของคนธรรมดาที่ประสบความสำเร็จได้ด้วยตนเอง ผู้เขียนหนังสือ '100 คนคิด 10 คนทำ 1 คนสำเร็จ' ที่ได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสร้างกำลังใจและความสำเร็จในชีวิต

ชื่อเรื่อง:
ไขความลับ สู่ความสำเร็จ = Unlock the secrets of success

ผู้แต่ง:
ชัยเสฏฐ์ พรหมศรี

สำนักพิมพ์:
Lazy-day

ปีที่พิมพ์:
2551

จำนวนหน้า:
183 หน้า

ราคา:
155 บาท

ทุกวันนี้ทุกคนต่างไขว่คว้าหาความสำเร็จให้กับชีวิตของตนเอง โดยลืมนึกไปว่าการกระทำหรือ
แนวทางที่มุ่งไปสู่ความสำเร็จนั้น อาจไม่ใช่แนวทางที่นำไปสู่ความสำเร็จแบบยั่งยืน หนังสือ "ไขความลับ สู่ความสำเร็จ" ผู้แต่งได้นำมาถ่ายทอดจากประสบการณ์การเดินทางที่ได้พบเจอกับหลากหลายสถานที่และสถานการณ์แล้วนำมาเล่าเพื่อแบ่งปันประสบการณ์ ทั้ง 16 ตอนที่นำเสนอจะมี "ความลับ" ที่รอให้ท่าน "ปลดล็อก" ไปสู่ความสำเร็จในชีวิตแบบยั่งยืนได้

วันอาทิตย์ที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2552

สรุปหนังสือ ฉบับที่ 16/2552


ชื่อเรื่อง:
ถอดรหัสเศรษฐศาสตร์เพื่อเข้าใจเศรษฐกิจ

ผู้แต่ง:
วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร

สำนักพิมพ์:
แสงดาว

ปีที่พิมพ์:
2551

จำนวนหน้า:
136 หน้า

ราคา:
110 บาท

เศรษฐกิจเป็นปรากฎการณ์ที่ผูกพันกับทุกชีวิตมาตั้งแต่เริ่มแรกของมนุษย์ชาติ เป็นเรื่องความต้องการและการสนองความต้องการของมนุษย์ จึงต้องอาศัยความรู้ทางเศรษฐศาสตร์ในการอธิบายปรากฏารณ์ที่เกิดขึ้น "ดร.วิชิตวงศ์" จึงมองว่าตลอดระยะเวลากว่าสองศตวรรษแห่งความพยายามพัฒนาความคิดและความรู้ให้สามารถอธิบายปรากฏการณ์เศรษฐกิจอย่างเป็นระบบ อันกอปรด้วยหลักวิชาที่สร้างขึ้นเป็นทฤษฎีต่างๆ ที่อาจทดสอบได้ และอาจนำไปใช้ได้ในภาคปฏิบัติ เศรษฐศาสตร์จึงวนเวียนอยู่กับปรากฏการณ์เศรษฐกิจใน 3 ลักษณะที่สำคัญ คือ ปรากฏการณ์ว่าด้วยความจำเริญทางเศรษฐกิจ ปรากฏการณ์ว่าด้วยมูลค่าของสิ่งต่างๆ และปรากฏการณ์ว่าด้วยเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ หนังสือเล่มนี้ไม่เพียงกะเทาะแก่นของทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ออกมาย่อยให้อ่านง่ายๆ หากยังสะท้อนภาพถึงสภาพเศรษฐกิจที่เป็นอยู่ในปัจจุบันด้วย

ชื่อเรื่อง:
เคออร์ดิค : อลหม่านสู่ระเบียบ

ผู้แต่ง:
วิจารณ์ พานิช

สำนักพิมพ์:
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
204 หน้า

ราคา:
245 บาท

หนังสือ “เคออร์ดิค : อลหม่านสู่ระเบียบ” นำเสนอแนวคิด ‘เคออร์ดิค’ ซึ่งเป็นมุมในการมองโลกแนวใหม่ ที่ไม่มองสิ่งต่างๆ อย่างหยุดนิ่งตายตัว ไม่ยึดมั่นถือมั่นสภาพปัจจุบัน ด้วยความเชื่อที่ว่าสภาพปัจจุบันเป็น ‘เชื้อ’ ให้เกิดสิ่งใหม่ที่รออยู่ข้างหน้า ซึ่ง ‘เชื้อ’ ของสิ่งใหม่นั้นมีอยู่ทั่วไปและหลากหลาย พร้อมที่จะงอกงามส่งผลดีหรือผลร้ายก็ได้ โดยหนังสือเล่มนี้เรียบเรียงจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนและการสังเกตการปฏิบัติของผู้อื่นในช่วงเวลา 7 ปีครึ่ง โดยมุ่งถ่ายทอดเรื่องราวที่เน้นการขับเคลื่อนองค์กรด้วยพลัง ‘เคออร์ดิค’ ซึ่งลักษณะสำคัญขององค์กรเคออร์ดิคคือ องค์กรที่สามารถบรรลุผลตามเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ด้วยการทำงานตามโครงสร้างแบบเครือข่าย ที่เชื่อมโยงกันด้วยอุดมการณ์และปณิธานมุ่งมั่น เปิดอิสระให้ภาคีที่หลากหลายเข้าร่วมใส่พลังขับเคลื่อนสู่ผลลัพธ์ตามปณิธานความมุ่งมั่นนั้น นอกจากนี้ หนังสือเล่มนี้ยังให้แนวทางเกี่ยวกับแนวคิดเคออร์ดิคว่า เป็นหลักการ
ที่ใช้ได้กับทุกด้าน ทุกบริบทของชีวิต

ชื่อเรื่อง:
การบริหารงานภาครัฐแบบเครือข่าย : มิติใหม่ของภาครัฐ = Governing by network

ผู้แต่ง:
Stephen Goldsmith และ William D. Eggers, ผู้เขียน ; ดร.จักร ติงศภัทิย์ และ กฤษฎา ปราโมทย์ธนา, ผู้แปล

สำนักพิมพ์:
เอ็กซเปอร์เน็ท

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
363 หน้า

ราคา:
295 บาท

หนังสือ "การบริหารงานภาครัฐแบบเครือข่าย : มิติใหม่ของภาครัฐ" ให้แง่คิดที่สำคัญยิ่งต่อการบริหารงานภาครัฐในศตวรรษที่ 21 ซึ่งหน่วยงานภาครัฐจะต้องพึ่งพาความเป็นหุ้นส่วนการงานแบบเครือข่าย
มากขึ้นเรื่อยๆ Stephen Goldsmith และ William D. Eggers ได้อธิบายถึงทิศทางในการบริหารจัดการแบบเครือข่ายที่เป็นตัวแปรปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานขององค์กรภาครัฐ หนังสือเล่มนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้มีหน้าที่รับผิดชอบในการบริหารหน่วยงานภาครัฐให้มีประสิทธิภาพควบคู่กับการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิผล

ชื่อเรื่อง:
การวิจัยดำเนินการ

ผู้แต่ง:
มานพ วราภักดิ์

สำนักพิมพ์:
สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
788 หน้า

ราคา:
520 บาท

การวิจัยดำเนินการ (Operations Research : OR) เป็นวิทยาศาสตร์ประยุกต์ โดยใช้ผลลัพธ์ของ
หลายกฎระเบียบหรือหลายแขนงวิชาการ อาทิ คณิตศาสตร์ ทฤษฎีความน่าจะเป็น สถิติ และเศรษฐศาสตร์ มาประยุกต์ในการแก้ปัญหาหรือการวิเคราะห์ระบบด้านการดำเนินการ หนังสือ “การวิจัยดำเนินการ” เล่มนี้ มีวัตถุประสงค์เป็นตำราเรียนในวิชาการวิจัยดำเนินการ หรือการวิเคราะห์เชิงปริมาณ หรือวิทยาการจัดการ ในระดับปริญญาโทและปริญญาตรี นอกจากนี้ สามารถใช้เป็นหนังสืออ้างอิงของนักวิจัยดำเนินการ หรือผู้สนใจทั่วไปที่จะใช้วิธีการวิจัยดำเนินการในงานต่างๆ

ชื่อเรื่อง:
คู่มือขับรถชนหรือเกิดปัญหา ต้องทำอย่างไรไม่ให้เสียเปรียบ!!! (แบบทั้งถูกใจและถูกกฎหมายด้วย)

ผู้แต่ง:
ทศ คณนาพร และคณะทนายความเพื่อคนใช้รถ

สำนักพิมพ์:
แฮปปี้บุ๊ค

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
213 หน้า

ราคา:
235 บาท

หนังสือ "คู่มือขับรถชนหรือเกิดปัญหา ต้องทำอย่างไรไม่ให้เสียเปรียบ!!! (แบบทั้งถูกใจและถูกกฎหมายด้วย)" จะบอกเคล็ด(ไม่ลับ) ถึงเรื่อง "ขับรถชนแล้วต้องไม่เสียเปรียบ" สำหรับผู้ที่ใช้รถใช้ถนนไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่หรือคนเดินเท้าควรทราบ เจตนาในหนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนให้หัวหมอหรือเอาเปรียบคู่กรณีแต่อย่างใด แต่เพื่อเป็นการรู้เท่าทันในสิ่งที่เกิดขึ้น และการระมัดระวังในอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นโดยไม่มีการเตรียมตัวมาก่อน นอกจากนี้ในเล่มยังมี พ.ร.บ.การจราจร ฉบับปัจจุบันที่เป็นคัมภีร์ของตำรวจ ทนาย และโดยเฉพาะผู้ใช้รถทุกคนควรรู้

ชื่อเรื่อง:
เศรษฐศาสตร์แห่งชีวิต

ผู้แต่ง:
Tim Harford

สำนักพิมพ์:
มติชน

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
334 หน้า

ราคา:
220 บาท

หนังสือ “เศรษฐศาสตร์แห่งชีวิต” เป็นเสมือนภาคต่อจากหนังสือนักสืบเศรษฐศาสตร์ ที่เคยได้รับ
ความนิยมมาแล้วอย่างกว้างขวาง หนังสือเล่มนี้อธิบายเรื่องราวหลากหลายในชีวิตซึ่งล้วนมีที่มาที่ไป บนพื้นฐานของกฎแห่งความมีเหตุผล อันเป็นหัวใจของหลักเศรษฐศาสตร์ อาทิ ชีวิตคู่ การเลือกตั้ง การเหยียดสีผิด คนติดยา การปฏิวัติ เป็นต้น โดยเป็นการหยิบความมีเหตุมีผลที่อยู่เบื้องหลังการตัดสินใจของคนในแต่ละเรื่องออกมาโดยอาศัยข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริงมาพิสูจน์ยืนยันและอฺธิบายสร้างความเข้าใจให้กับผู้อ่าน หรืออีกนัยหนึ่งคือ มุ่งเน้นการสอนหลักในการ ‘คิดให้เป็น’ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญที่สามารถใช้ในการจัดการชีวิตในโลกแห่งความผันผวนได้อย่างราบรื่น

ชื่อเรื่อง:
เวียดนาม : ประวัติศาสตร์ฉบับพิสดาร

ผู้แต่ง:
แต่งโดย : เหวียนคักเวียน ; ผู้แปล : เพ็ชรี สุมิตร

สำนักพิมพ์:
มูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์/มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
508 หน้า

ราคา:
390 บาท

เป็นหนังสือประวัติศาสตร์เวียดนามที่ครอบคลุมตั้งแต่ยุคสมัยก่อนประวัติศาสตร์จนถึงต้นศตวรรษ 1990 และเป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่เขียนขึ้นโดยมุมมองของปัญญาชนชาวเวียดนาม เพื่อนำเสนอภาพและความเข้าใจของพัฒนาการทางประวัติศาสตร์เวียดนามในอีกด้านหนึ่ง ที่โลกหนังสือตะวันตกขาดหายไปหรือไม่ให้ความสำคัญ หนังสือแบ่งเป็น 2 ตอน ตอนที่หนึ่งเป็นการอธิบายพัฒนาการของเวียดนามตั้งแต่ยุคสำริดและความพยายาม"ปลดแอก" จากมหาอำนาจจีน ส่วนตอนที่สอง เป็นเรื่องเวียดนามร่วมสมัย ความโดดเด่นของช่วงตอนนี้คือ การให้ข้อมูลอย่างมีพลวัตถึงวิถึชีวิตของประชาชน ทั้งทางเศรษฐกิจและสังคมมากกว่าที่จะเป็นเพียงเรื่องของการต่อสู้ทางการเมืองการทหารระหว่างกลุ่มเวียดนามฝ่ายต่าง ๆ และกับมหาอำนาจต่างชาติเท่านั้น

ชื่อเรื่อง:
เดอะ เวิลด์ คาเฟ่ : สภากาแฟ สนทนาเพื่อก่อพลังปัญญา สร้างอนาคต

ผู้แต่ง:
ฆวนนิต้า บราวน์ และ เดวิด ไอแซคส์, ผู้เขียน ; เจริญเกียรติ ธนสุขถาวร และ กฤตศรี สามะพุทธิ, ผู้แปล

สำนักพิมพ์:
สวนเงินมีมา

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
444 หน้า

ราคา:
390 บาท

การนั่งดื่มจิบชา หรือดื่มกาแฟอันเป็นรูปแบบตามธรรมชาติของการพบปะกันของคนในสังคมนั้น
ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนข้อมูล ความคิดความรู้สึกของผู้คน และการแลกเปลี่ยนในกลุ่มคนจำนวนมาก อย่างเรื่องการเมือง การปฏิรูป นโยบายเศรษฐกิจ หรือการหาแนวทางปฏิบัติร่วมกันในชุมชน เวิลด์ คาเฟ่ คือกระบวนการสนทนาที่ธรรมดา เรียบง่าย แต่เปี่ยมไปด้วยพลังในการกระตุ้นให้เกิดการสนทนาที่สำคัญ เกิดการสร้างลู่ทางการเป็นไปได้ใหม่ๆ ในการสนทนาที่สร้างสรรค์ การเรียนรู้ร่วมกัน การเข้ามาแลกเปลี่ยนกันด้วยใจจริง พูดคุย รับฟังด้วยใจที่เปิดกว้าง ความคิดเห็นของทุกคนจะถูกผสมผสานเข้าด้วยกัน แล้วกลั่นกรองออกมาเป็นผลสรุปที่น่าทึ่งเนื้อหาในเล่มนำเสนอหลักสำคัญเจ็ดประการที่จะออกแบบเวิลด์ คาเฟ่ และการทำความเข้าใจแนวทางการสนทนาแบบเวิลด์คาเฟ่ เรื่องเล่าในแต่ละบทจะเน้นถึงแนวทางการนำแก่นความคิดของบทนั้น ๆ ไปใช้ในการปฏิบัติจริง

ชื่อเรื่อง:
คู่มือกรรมพยากรณ์

ผู้แต่ง:
ดังตฤณ

สำนักพิมพ์:
ฮาวฟาร์

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
114 หน้า

ราคา:
120 บาท

คู่มือกรรมพยากรณ์เล่มนี้ เป็นการย่อนวนิยายเรื่อง “กรรมพยากรณ์” อันเป็นที่เลื่องชื่อของผู่แต่ง
“ดังตฤณ” และได้ถูกนำมาสร้างเป็นละครออนแอร์ในปลายปี 2552 เนื้อหาในนวนิยายเป็นที่มาของคำถามที่คนอยากรู้คำตอบเช่น ควรเชื่อเรื่องดาวหรือเชื่อกรรม? เหตุอะไรทำให้รู้สึกแสนรัก? เคยอยู่ด้วยกันในภพเดรัจฉานนับเป็นคู่ไหม? หญิงรักหญิงเป็นคู่แท้ได้ไหม? ขาดบุพเพสันนิวาสแล้วอยู่ด้วยกันได้ไหม? ทำไมคู่แท้ถึงเจอกันช้าได้? หนังสือเล่มนี้มีคำตอบครอบคลุมคำถามทั้งหมด รวมทั้งได้เปิดเผยความจริงเกี่ยวกับวิชาหมอดูกรรมพยากรณ์

วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552

ย่อหนังสือน่าอ่าน 15/2552


ชื่อเรื่อง:
ไล่ล่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก : เรียนรู้เพื่ออยู่รอด

ผู้แต่ง:
รวี ลงกานี

สำนักพิมพ์:
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
320 หน้า

ราคา:
240 บาท

ไล่ล่าวิกฤตเศรษฐกิจโลก : เรียนรู้เพื่ออยู่รอด เป็นหนังสือที่ให้ความรู้เกี่ยวกับวิกฤตการเงินปี 2008 โดยผู้เขียนได้เรียบเรียงเนื้อหาอย่างน่าสนใจ เข้าใจง่ายและเป็นระบบ มีการวิเคราะห์ที่มาของปัญหาได้อย่างลึกซึ้ง โดยเฉพาะข้อสรุปของปัญหาที่เกิดจากความโลภของคนและผลของการใช้นวัตกรรมด้านการเงินที่ผิดวิธีและประมาท การไล่ล่าวิกฤตเศรษฐกิจเพื่อบรรเทาผลกระทบให้น้อยที่สุดจึงเกิดขึ้นโดยเครื่องมือที่สำคัญ คือความรู้เท่าทันนั่นเอง นอกจากนี้ผู้เขียนยังได้เสนอแนวทางการแก้ปัญหาในระยาวที่น่าสนใจ โดยแนะนำให้คำนึงถึงการสร้างหลักธรรมาภิบาลของผู้บริหารในตลาดการเงิน และความพอเพียงตามหลักที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เคยพระราชทานไว้เกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง

ชื่อเรื่อง:
เศรษฐศาสตร์นักคิด : Think-tank economists

ผู้แต่ง:
ศาสตรา สุดสวาสดิ์ และ พิริยะ ผลพิรุฬห์

สำนักพิมพ์:
คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า)

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
127 หน้า

ราคา:
169 บาท

หนังสือ “เศรษฐศาสตร์นักคิด : Think-tank economists” รวบรวม 41 บทความเด่นที่มีคุณค่า เขียนโดยคณาจารย์ของคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ ซึ่งได้รับการตีพิมพ์
ทุกสัปดาห์ในคอลัมน์ทันเศรษฐกิจ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ในช่วงระหว่าง ปี พ.ศ.2548-2550 หนังสือเล่มนี้ได้แบ่งกลุ่มของบทความเป็น 3 มิติ ได้แก่ มิติเศรษฐกิจ มิติสังคม และมิติการเมือง โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อนำเสนอความคิดเห็นที่หลากหลายและเป็นประโยชน์ แฝงด้วยตรรกะทางเศรษฐศาสตร์ สู่สาธารณชน อีกทั้งเพื่อสนับสนุนส่งเสริมการขยายตัวของกลุ่ม “เศรษฐศาสตร์นักคิด” ให้กว้างขวางขึ้น เพื่อให้สอดรับกับบทบาทของสถาบันที่ทำหน้าที่การเป็น “สถาบันนักคิด (Think-Tank Institution) มาโดยตลอด

ชื่อเรื่อง:
กลยุทธ์สร้างองค์กรสีเขียว

ผู้แต่ง:
Joel Makower ; นรินทร์ องค์อินทรี : แปลและเรียบเรียง

สำนักพิมพ์:
แมคกรอ-ฮิล

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
360 หน้า

ราคา:
359บาท

ผู้เขียนเล่าถึงความเป็นมาของธุรกิจและระบบเศรษฐกิจสีเขียวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ทัศนคติ
ของผู้บริโภคทั่วโลกที่กำลังตื่นตัวในเรื่องปัญหาด้านสิ่งแวดล้อม และความคาดหวังต่อภาคธุรกิจในการมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ และกล่าวถึงกลยุทธ์อิงสิ่งแวดล้อมที่สามารถนำไปปรับใช้เพื่อความอยู่รอดและรุ่งโรจน์ในระบบเศรษฐกิจอิงสิ่งแวดล้อมที่กำลังเติบโตอยู่ในทุกวันนี้ได้ โดยยกตัวอย่างประกอบ อาทิ Wal-Mart, Tesco, Philips หรือ General Motors เป็นต้น

ชื่อเรื่อง:
เคล็ดลับใช้งานเก่ง Office 2007

ผู้แต่ง:
อนรรฆนงค์ คุณมณี และ นพพร เลาห์หิรัญญากุล

สำนักพิมพ์:
ไอดีซี

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
250 หน้า

ราคา:
159 บาท

ในปัจจุบัน Microsoft Office ได้พัฒนามาถึงเวอร์ชัน 2007 ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงในหลายส่วน
ทั้งหน้าตาที่เปลี่ยนไปและเพิ่มคุณสมบัติใหม่ขึ้นมากมาย เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้จะช่วยให้ผู้อ่านใช้งาน Office 2007 แบบผู้ชำนาญ ไม่ว่าจะเป็น การจัดหน้าเอกสารและปรับขนาดหน้าต่างใน Word การจัดการข้อมูลและการคำนวณด้วย Excel 2007 การสร้างพรีเซนเตชันและจัดการสไลด์ด้วย PowerPoint 2007 การรับส่งอีเมลด้วย Outlook 2007 รวมไปถึงเคล็ดลับและเทคนิคต่าง ๆ ทุกแง่มุม ที่จะช่วยให้สามารถใช้งาน Office 2007 ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ชื่อเรื่อง:
ครบเครื่องเรื่องจัดการไวรัส & สปายแวร์ อย่างมืออาชีพ

ผู้แต่ง:
พิษณุ ปุระศิริ

สำนักพิมพ์:
ไอดีซี อินโฟ ดิสทริบิวเตอร์ เซ็นเตอร์

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
520 หน้า

ราคา:
219 บาท

ทุกวันนี้ปัญหาที่มาเป็นอันดับหนึ่งของเครื่องคอมพิวเตอร์ก็คือ "ไวรัส" แม้ไวรัสคอมพิวเตอร์เป็นเพียงซอฟต์แวร์ตัวเล็ก ๆ แต่สามารถสร้างความเสียหายให้กับผู้ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เป็นอย่างมาก ปัจจุบันนี้ภัยของเครื่องคอมพิวเตอร์ไม่ได้หยุดอยู่ที่ไวรัส แต่ยังมีสปายแวร์ที่แอบเข้ามาเจาะข้อมูล เว็บป็อบอัพกวนใจเว็บฟิชชิงที่หลอกลวงผู้ใช้ ตลอดจนภาพโป๊และเว็บลามกที่สร้างปัญหากับเยาวชนและสังคม หนังสือเล่มนี้แนะนำให้ผู้อ่านรู้จักกับปัญหาและวิธีการจัดการกับภัยเหล่านี้ โดยจะปูพื้นฐานให้รู้จักภัยของแต่ละโปรแกรม อาการของเครื่องที่น่าจะเป็น พร้อมกับสอนวิธีแก้ไขเมื่อเกิดปัญหากับเครื่องด้วยตัวเองผ่านทางโปรแกรมที่ป้องกันเฉพาะทางโดยใช้การอธิบายพร้อมรูปประกอบครบทุกขั้นตอนการใช้งาน

ชื่อเรื่อง:
โต้ ศจ.นพ.สุด แสงวิเชียร กรณีสวรรคต ร.8

ผู้แต่ง:
สุพจน์ ด่านตระกูล

สำนักพิมพ์:
สถาบันวิทยาศาสตร์สังคม (ประเทศไทย)

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
947 หน้า

ราคา:
110 บาท

หนังสือ “โต้ ศจ.นพ.สุด แสงวิเชียร กรณีสวรรคต ร.8” เล่มนี้ ท่านจะได้พบกับข้อคิดข้อเขียนและ
ข้อโต้แย้งของนายสุพจน์ ด่านตระกูล เกี่ยวกับกรณีสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลฯ 
รายละเอียดจากปากคำพยานบุคคลและเรื่องราวทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง พร้อมคำวินิจฉัยของศาลทั้งศาลอาญา ศาลอุทธรณ์ ศาลฎีกา เพื่อให้ท่านผู้อ่านไตร่ตรองด้วยวิจารณญาณของท่านเองว่า “อะไรคือความจริง และอะไรคือความเท็จ”

วันศุกร์ที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ. 2552

ย่อหนังสือ ฉบับที่ 14/2552


ชื่อเรื่อง:
ปัญหาในการจัดทำบัญชีและภาษีอากรของสินค้าคงเหลือ รายงานสินค้าและวัตถุดิบ

ผู้แต่ง:
สมเดช โรจน์คุรีเสถียร

สำนักพิมพ์:
ธรรมนิติ

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
344 หน้า

ราคา:
350 บาท

ผู้ประกอบการที่ประกอบธุรกิจขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจซื้อมาขายไป ธุรกิจผลิตสินค้าออกจำหน่าย หรือกิจการผลิตกรรม อุตสาหกรรม ที่มีสินค้าคงเหลือ ทั้งที่เป็นสินค้าสำเร็จรูป งานระหว่างทำ วัตถุดิบตลอดจนวัสดุสิ้นเปลืองในการผลิต มีหน้าที่ต้องจัดทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบ ตามที่กำหนดในกฎหมายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งบรรดาผู้มีหน้าที่ดังกล่าว มักจะเข้าใจคลาดเคลื่อนในหลักเกณฑ์และเงื่อนไขเกี่ยวกับสินค้าคงเหลือ (Inventories) ไม่ว่าจะเป็นการตีราคาสินค้าคงเหลือ การตรวจนับสินค้าขาดหรือเกิน การนำสินค้าไปส่งเสริมการขาย รวมถึงการทำลายสินค้าและวัตถุดิบ หนังสือ "ปัญหาในการจัดทำบัญชีและภาษีอากรของสินค้าคงเหลือรายงานสินค้าและวัตถุดิบ" ซึ่งจัดพิมพ์เป็นครั้งที่ 8 และมีการปรับปรุงเนื้อหาเพิ่มเติมให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ใหม่ สามารถเป็นแนวทางปฏิบัติให้กับนักบัญชี ฝ่ายคลังสินค้า หรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี

ชื่อเรื่อง:
วิกฤติซับไพร์ม ทะลายโลกทุนนิยม

ผู้แต่ง:
Charles R. Morris, ผู้เขียน ; ขุนทอง ลอเสรีวานิช, ผู้แปล

สำนักพิมพ์:
เอเอสทีวีผู้จัดการ

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
200 หน้า

ราคา:
180 บาท

ช่วงปี 2007 -2008 สหรัฐอเมริกาเกิดปัญหาสินเชื่ออสังหาริมทรัพย์ด้อยคุณภาพหรือซับไพร์ม (Sub-Prime) ขึ้นและกลายเป็นหัวข้อที่มีการกล่าวถึงอย่างมากในโลกตลาดการเงิน นักวิเคราะห์
ชื่อดังหลายท่านคาดว่าวิกฤติซับไพร์มจะส่งผลไปทั้งโลก หลายท่านอาจสงสัยว่าซับไพร์มเกิดมาได้อย่างไร เหตุใดจึงทำให้โลกปั่นป่วนได้เพียงนี้ หนังสือเล่มนี้ได้นำเสนอถึงจุดกำเนิดและสถานการณ์แวดล้อมอันเป็นที่มาของวิกฤติซับไพร์ม เส้นทางของวิกฤติซับไพร์ม และวิศวกรรมทางการเงินหรือเครื่องมือทางการเงินและกลไกการทำงานที่มีส่วนในการสร้างวิกฤติซับไพร์ม

ชื่อเรื่อง:
กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว = White ocean strategy

ผู้แต่ง:
ดนัย จันทร์เจ้าฉาย

สำนักพิมพ์:
ดีเอ็มจี

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
247 หน้า

ราคา:
225บาท

"กลยุทธ์น่านน้ำสีขาว" เป็นแนวทางการดำเนินธุรกิจที่ไม่วาง "ตัวเอง" เป็นศูนย์กลาง และไม่เห็น "ผลกำไร" เป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่จะให้ความสำคัญกับทุกภาคส่วน รวมทั้งสภาพแวดล้อมรอบตัว จึงเป็นทางออกของธุรกิจที่จะลดความขัดแย้งทั้งหมดลงด้วยการใช้ "คุณธรรม" และ "จริยธรรม" เป็นตัวช่วยในการบริหารการตลาดพร้อมกับไม่ลืม นำรายได้จากผลประกอบการตอบแทนกลับคืนสู่สังคมไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบใดก็ตาม องค์กรที่เลือกดำเนินธุรกิจด้วยกลยุทธ์นี้ย่อมเป็นที่ประจักษ์ว่าองค์กรนั้น ๆ จะได้รับความเชื่อมั่นไว้วางใจและศรัทธาจากคนในสังคมตอบแทนกลับคืนมา เพื่อยังประโยชน์และความผาสุกให้พึงมีในสังคมโดยเฉพาะในแวดวงธุรกิจของประเทศไทย พร้อมเปิดเผยเคล็ดลับของบุคคลและองค์กรชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ยึดมั่นอยู่ในเส้นทางสีขาวและเป็นแรงขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงสังคม จึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการฝ่าออกจากวิกฤตทางสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อมที่ทุกคนกำลังเผชิญอยู่

ชื่อเรื่อง:
สงครามเพื่อความมั่งคั่ง =The war for wealth

ผู้แต่ง:
Gabor Steingart, ผู้แต่ง ; ปัญญลักษณ์ อุดมเลิศประเสริฐ, แปลและเรียบเรียง

สำนักพิมพ์:
แมคกรอ-ฮิล

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
293 หน้า

ราคา:
275 บาท

"สงครามเพื่อความมั่งคั่ง" ได้ถ่ายทอดแนวคิดที่น่าสนใจเกี่ยวกับระบบโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะประเด็นที่น่าสนใจคือคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลายกลับไม่ได้ช่วยให้พวกเขาสามารถ
แข่งขันในเวทีโลกาภิวัตน์ นอกจากนี้ยังทำให้พวกเขาไม่สามารถต่อสู้กับประเทศเกิดใหม่ในแถบเอเชียได้อีกด้วย นอกจากผู้แต่งจะอธิบาย แลกเปลี่ยนและจุดประกายความคิดเกี่ยวกับระบบโลกาภิวัตน์แล้ว ยังได้เตือนให้ผู้อ่านตื่นตัวเกี่ยวกับแนวคิดการร่วมกันของผู้นำชาติตะวันตกในการผนึกความเข้มแข็งและอำนาจต่อรองให้ตำแหน่งชาติมหาอำนาจของโลกกลับคืนมาเป็นของชาติตะวันตกอีกครั้ง หนังสือเล่มนี้ยังเล่าถึงประวัติศาสตร์ของการปฏิวัติอุตสาหกรรมและสงครามโลกหลายๆ ครั้งที่ผ่านมาซึ่งมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจด้วย

ชื่อเรื่อง:
สเต็มเซลล์ : ยาเพื่ออนาคต

ผู้แต่ง:
สมศักดิ์ วรคามิน

สำนักพิมพ์:
วิญญูชน

ปีที่พิมพ์:
25512

จำนวนหน้า:
396 หน้า

ราคา:
650 บาท

ความสำเร็จในการนำสเต็มเซลล์หรือเซลล์ต้นกำเนิด ซึ่งเป็นเซลล์ที่อยู่ตามอวัยวะต่างๆ มีคุณสมบัติพิเศษ มาใช้ในวงการแพทย์และธุรกิจอุตสาหกรรมยาช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ถือเป็นความสำเร็จอันยิ่งใหญ่อันดับ 2 ของโลกในวงการแพทย์ รองจากเรื่องการทำแผนที่รหัสพันธุกรรม หนังสือเล่มนี้อธิบายว่าสเต็มเซลล์คืออะไร ทำหน้าที่อย่างไร เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคอย่างไร และแนวโน้มความสำเร็จของงานวิจัยสเต็มเซลล์

ชื่อเรื่อง:
นม! ยิ่งดื่ม ยิ่งดี เพียงรู้วิธีก็เห็นผล

ผู้แต่ง:
ณิชชยา ฐิติชญาพัทธ์ (บก.เรียบเรียง)

สำนักพิมพ์:
มายิก

ปีที่พิมพ์:
2552

จำนวนหน้า:
207 หน้า

ราคา:
160 บาท

ให้ความรู้เกี่ยวกับการบริโภคนมอย่างถูกต้อง อาทิ การเลือกชนิดของนม การปฏิบัติที่ถูกต้อง
ในการดื่มนม อันตรายที่ปนเปื้อนอยู่ในนมซึ่งไม่สามารถมองเห็นได้ เพื่อให้การบริโภคอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงอย่างนม เป็นการสร้างเสริมสุขภาพที่ดีมากกว่านำอันตรายมาให้ผู้บริโภคได้