www.geocities.com/glaucomathai
โรคต้อหินชนิดเรื้อรัง เกิดจากความไม่สมดุลระหว่างการใช้สายตา( Demand )และปริมาณเลือดแดงที่เข้ามาเลี้ยงเซลล์ประสาทตาภายในลูกตา( Supply ) เมื่อเซลล์ประสาทตาได้รับเลือดมาหล่อเลี้ยงไม่เพียงพอ จะค่อยๆทยอยเฉาตายลงไปเรื่อยๆ ความดันลูกตาที่สูงกว่าปกติ เป็นเพียงสาเหตุรองที่ต้านระบบไหลเวียนเลือด ทำให้ภาวะขาดเลือดดังกล่าวเลวลงไปอีก
ในอนาคต ประเทศไทยจะมีผู้ป่วยโรคต้อหินเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจและสภาพเศรษฐกิจที่รัดตัว ผู้คนจะทำงานหนักมากขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้สายตา บวกกับความเจริญทางด้านไอที ทำให้มีการใช้คอมพิวเตอร์กันทั่วไป และจะพบผู้ป่วยโรคต้อหินอายุน้อยลงเรื่อยๆ ( จากการทำงานหน้าคอมพิวเตอร์ทั้งวัน การเล่นเกมส์ และการใช้อินเตอร์เน็ต ) เป็นต้อหินรูปแบบใหม่ที่เกิดจากเซลล์ประสาทตามีความต้องการเลือดมาหล่อเลี้ยงมากกว่าปกติ ( More demand ) ซึ่งแตกต่างจากโรคต้อหินทั่วไปที่เกิดจากเลือดเข้ามาหล่อเลี้ยงน้อยกว่าปกติ ( Less supply ) และเป็นกลุ่มของโรคต้อหินที่ไม่จำเป็นต้องมีค่าความดันลูกตาสูง ทำให้วินิจฉัยได้ยาก เหมือนในประเทศญี่ปุ่น ที่ขณะนี้มีผู้ป่วยโรคต้อหินชนิดความดันลูกตาปกติ มากที่สุดในโลก สอดคล้องกับงานวิจัยของ Dr.Masayuki Tatemichi, from Toho University, School of Medicine ที่รายงานการค้นพบความสัมพันธ์ของโรคต้อหินกับการใช้คอมพิวเตอร์ เมื่อปี ค.ศ. 2004 แต่เนื่องจากไม่สามารถอธิบายกลไกการค้นพบดังกล่าวได้ จึงยังไม่มีใครเชื่อถือในขณะนั้น
โรคต้อหิน กำลังจะเป็นปัญหาสาธารณสุขของประเทศไทยและของประชากรโลกในอนาคตอันใกล้นี้
อาการของโรคต้อหิน มีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยให้ผู้ป่วยรู้ตัวว่าเป็นต้อหิน และนำผู้ป่วยให้ไปพบจักษุแพทย์ ทำให้ได้รับการวินิจฉัยโรคได้เร็วขึ้น อาการของโรคต้อหิน มีอะไรบ้าง ?
1. ตาพร่าตามัว เวียนหัวคลื่นไส้อาเจียน เห็นภาพเบลอซ้อน หรือตามืดบอดชั่วขณะหนึ่ง
2. เห็นจุดแสงดำขาวเต็มไปหมด หรือเห็นเป็นแสงระยิบระยับเมื่อมองไปกลางแดด
3. ปวดในเบ้าตาลึกๆและปวดศีรษะข้างเดียวคล้ายไมเกรน หรือปวดจี๊ดขึ้นสมอง
4. ตรวจพบว่ามีสายตาสั้นขึ้นมาทันที และค่าสายตาขึ้นๆลงๆ ไม่แน่นอน
5. ตาจะพร่า เมื่อมองวัตถุบนพื้นที่มีแสงจัดหรือบนพื้นที่มันวาว
6. อ่านหนังสือไม่ทน ทำงานหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือดูโทรทัศน์ ได้ไม่นาน
7. เห็นดวงไฟมีแสงเจิดจ้า เป็นรัศมีกระจาย เห็นเป็นฝ้าหมอกหรือวงสีรุ้ง รอบดวงไฟ
8. เห็นแสงวาบคล้ายฟ้าแลบ หรือเห็นลำแสงวิ่งผ่านตา หรือเห็นเป็นเส้นหยักๆที่หางตา
9. มีความลำบากในการสังเกตุพื้นต่างระดับเวลาก้าวเดิน หรือเวลาขึ้นลงบันได
10. เห็นสีจืดจางลงหรือผิดเพี้ยนไป เห็นตัวหนังสือเลือนรางหรือแตกพร่า
11. การมองในที่มืดแย่ลง เห็นหน้าคนไม่ชัด และไม่กล้าขับรถในเวลากลางคืน
12. เวลาขับรถลงอุโมงค์ลอดทางแยกหรือเดินเข้าที่ร่มในเวลาแดดจัด ตาจะมืดบอดชั่วขณะ
13. เวลามองผ่านกระจกหน้ารถในทิศทางย้อนแสงอาทิตย์ ตาจะพร่าและสู้แสงไม่ค่อยได้
14. เวลากลางคืนมักจะเดินชนข้าวของเป็นประจำ ชอบที่จะเปิดไฟทุกดวงเท่าที่มี
15. มองสิ่งที่เคลื่อนที่เร็วๆไม่ทัน ทำให้ไม่มั่นใจเวลาขับรถหรือเดินข้ามถนนคนเดียว
16. ตาสู้แสงไม่ได้ ต้องใส่แว่นดำเป็นประจำ
17. เห็นแสงมืดลงไปเรื่อยๆ หรือเห็นเป็นหมอกควันอยู่ทั่วๆไป
18. ลานสายตาแคบเข้ามาเรื่อยๆ จนระยะท้ายเหมือนมองผ่านท่อกลม
หมายเหตุ ผู้ที่ทำงานเพ่งมองวัตถุชิ้นเล็กๆทั้งวัน หรือทำงานจ้องจอคอมพิวเตอร์เป็นประจำ หากมีอาการดังกล่าว 3 – 5 ข้อ ควรรับการตรวจคัดกรองจอประสาทตาเพื่อตรวจวินิจฉัยโรคต้อหินเรื้อรัง
ด้วยเครื่องถ่ายภาพขั้วประสาทตา 3 มิติ พร้อมรับสำเนาภาพถ่ายเพื่อยืนยันผล
วันพุธที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
ย่อหนังสือน่าอ่าน 8/52
ชื่อเรื่อง:
การบัญชีต้นทุน : แนวคิดการคำนวณต้นทุนผลิตภัณฑ์และการบันทึกบัญชี
ผู้แต่ง:
สมนึก เอื้อจิระพงษ์พันธ์
สำนักพิมพ์:
แมคกรอ-ฮิล
ปีที่พิมพ์:
2551
จำนวนหน้า:
506 หน้า
ราคา:
395 บาท
ให้แนวคิดเกี่ยวกับการคำนวณต้นทุนผลิตภัณฑ์และหลักการบันทึกบัญชีที่ถูกต้อง อาทิ วัตถุดิบ
ค่าแรงงาน ค่าใช้จ่ายการผลิตและระบบต้นทุนฐานกิจกรรม ต้นทุนงานสั่งทำ ต้นทุนกระบวนการ ต้นทุนมาตรฐานผลิตภัณฑ์ร่วมและผลิตภัณฑ์พลอยได้ เป็นต้น เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์กับธุรกิจหรือหน่วยงานต่าง ๆ ในสถานการณ์จริงได้
ชื่อเรื่อง:
เบื้องแรกของเศรษฐศาสตร์
ผู้แต่ง:
วิชิตวงศ์ ณ ป้อมเพชร
สำนักพิมพ์:
วศิระ
ปีที่พิมพ์:
2552
จำนวนหน้า:
272 หน้า
ราคา:
190 บาท
การศึกษาวิชาเศรษฐศาสตร์ทุกคนควรที่จะมีความรู้ในประวัติศาสตร์ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์พอเป็นสังเขป ว่ามีความเป็นมาอย่างไร ตลอดระยะเวลากว่า 2 ศตวรรษของวิชาดังกล่าว อีกทั้งควรที่จะต้องคุ้นเคยกับผลงานของปรัชญาเมธีทางเศรษฐศาตร์ที่มีส่วนช่วยกันสร้างทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ให้มีความถูกต้องสมบูรณ์ในด้านต่าง ๆ ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการนำแนวความคิดของนักเศรษฐศาสตร์มาพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้มีคุณค่าและยั่งยืน หนังสือเล่มนี้ได้รวบรวมฐานความคิดของนักเศรษฐศาสตร์ 20 ท่าน ซึ่งผู้แต่งได้ประมวลข้อมูลและสรุปประเด็นความคิดเพื่อให้ผู้อ่านทราบและเข้าใจถึงฐานความคิดของนักเศรษฐศาสตร์เหล่านั้น อาทิ อดัม สมิท, ทอมมัส โรเบิร์ต มัลทัส, เดวิด ริคาร์โด, คาร์ล มาร์ซ, อัลเฟรด มาร์แชลล์, จอห์น เมย์นาร์ด เคนส์ , กุสตาฟ คาสเซล, เอ็ดเวิร์ด เฮสติ้ง เชมเบอร์ลิน ฯลฯ
ชื่อเรื่อง:
ปฏิวัติความรู้ในถ้วยน้ำชา
ผู้แต่ง:
วิศิษฐ์ วังวัญญู
สำนักพิมพ์:
วงน้ำชา
ปีที่พิมพ์:
2552
จำนวนหน้า:
202 หน้า
ราคา:
185 บาท
หนังสือรวบรวมแนวคิด ทฤษฎีการเรียนรู้ การจัดการความรู้ที่แตกต่างไปจากหนังสือเล่มอื่น ไม่ว่าจะเป็นด้านการนำองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์ การจัดการความรู้ การบ่มเพาะความรู้ กระทั่งการอ้างอิงถึงสรรพสิ่งในการจัดการความรู้มาร้อยเรียงเข้าด้วยกัน ถ่ายทอดโดยผู้เขียนซึ่งมีประสบการณ์นำทฤษฎีเหล่านั้นไปปฏิบัติ เป็นการจัดการความรู้แบบไทยๆที่ปฏิบัติได้จริง
ชื่อเรื่อง:
DigiMarketing เปิดโลกนิวมีเดียและการตลาดดิจิทัล
ผู้แต่ง:
เวอร์ไทม์, เคนท์
สำนักพิมพ์:
เนชั่นบุ๊คส์
ปีที่พิมพ์:
2551
จำนวนหน้า:
474 หน้า
ราคา:
345 บาท
พัฒนาการในโลกของสื่อ เทคโนโลยีดิจิทัล และการตลาดยุคใหม่ เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนบรรดา
บริษัทและนักการตลาดต้องหันมาทบทวนวิธีการสื่อสารและเข้าถึงผู้บริโภค "DigiMarketing เปิดโลกนิวมีเดียและการตลาดดิจิทัล" เป็นคัมภีร์สำหรับนักการตลาดและผู้ใฝ่หาความรู้เรื่องความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีสื่อสารดิจิทัล และนิวมีเดีย แนะนำช่องทางสื่อสารดิจิทัลที่มีใช้ในโลกสื่อสารยุคใหม่ที่อาจส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการตลาดผ่านมือถือ เว็บบล็อก ดิจิทัลเกม ดิจิทัลมีเดีย จุดบริการขายแบบดิจิทัล เว็บ 2.0 และคอนเทนต์ที่สร้างโดยผู้บริโภคยุคดิจิทัล รวมทั้งรวบรวมแนวทางปฏิบัติของนักการตลาดชั้นนำที่ใช้ช่องทางสื่อสารดิจิทัลเพื่อเสริมสร้างยอดขายสินค้าและส่งเสริมภาพลักษณ์แบรนด์ได้ประสบผลสำเร็จ
ชื่อเรื่อง:
การพัฒนาองค์การ
ผู้แต่ง:
ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา
สำนักพิมพ์:
สถาบันพัฒนานโยบายและการจัดการ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
ปีที่พิมพ์:
2551
จำนวนหน้า:
73 หน้า
ราคา:
200 บาท
การพัฒนาองค์การ จัดพิมพ์ขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 60ปี ของคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย โดยรวบรวมบทความของ ผู้ช่วยศาสตารจารย์ ปัณรส มาลากุล ณ อยุธยา ที่มาจากคำบรรยายพิเศษที่ส่วนราชการร้องขอ และจากเอกสารในหลักสูตรฝึกอบรมของสถาบันพัฒนานโยบายและการจัดการฯ ที่อ้างถึงกรอบแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องที่สอดรับกับบริบทของวัฒนธรรมไทย เพื่อให้ผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานภาครัฐได้นำไปเป็นสารสนเทศส่วนหนึ่งเพื่อพิจารณาในการร่วมกำหนดนโยบายสาธารณะและการประเมินผลให้เกิดประโยชน์แก่ประเทศชาติต่อไป
ชื่อเรื่อง:
เทคนิคการเขียนบันทึกเสนอ และการเกษียนหนังสือ
ผู้แต่ง:
กิจคณิตพงศ์ อินทอง
สำนักพิมพ์:
ภาพพิมพ์
ปีที่พิมพ์:
2552
จำนวนหน้า:
148 หน้า
ราคา:
130 บาท
เนื้อหาของหนังสือประกอบด้วยสาระที่สำคัญ ได้แก่ ความสำคัญและปัญหาของการเขียนบันทึก ลักษณะรูปแบบของบันทึกเสนอ องค์ประกอบ หลักการเขียนเนื้อหาและเทคนิคการเขียนบันทึกเสนอ
เทคนิคการเขียนบันทึกสั่งการ การเกษียนหนังสือ และบันทึกติดต่อ การเขียนข้อพิจารณาต่าง ๆ การเขียนข้อเสนอที่ผู้งคับบัญชาต้องอนุมัติ ตลอดจนเทคนิคการบันทึกต่อเนื่องของผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น เทคนิคการเกษียนหนังสือสั่งการของผู้บังคับบัญชา รวมทั้งมีแนวทางและตัวอย่างสมมุติการเขียนบันทึกในลักษณะต่าง ๆ ทำให้สามารถเขียนบันทึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นภาพลักษณ์ที่ดีแก่ตนเองและองค์กร
ชื่อเรื่อง:
ฉลาดขึ้น, เร็วขึ้น, ดีขึ้น กลยุทธ์สู่ความเป็นเลิศของผู้นำ
ผู้แต่ง:
คาร์ลิน สโลน และ ลินด์ซีย์ พอลลัค, ผู้เขียน ; สิริทิพย์ ขันสุวรรณ, ผู้แปล
สำนักพิมพ์:
เนชั่นบุคส์
ปีที่พิมพ์:
2551
จำนวนหน้า:
418 หน้า
ราคา:
340 บาท
แนะนำกลยุทธ์และวิธีการใหม่ๆในการแก้ปัญหา เพื่อให้สามารถเป็นผู้ผู้นำที่มีประสิทธิ์ภาพ และประสบความสำเร็จได้ เนื้อหาในหนังสือจะแบ่งเป็น 3 ตอน นำเสนอการพัฒนาตน 3 วิธี ได้แก่ ฉลาดขึ้น เร็วขึ้นและดีขึ้น พร้อมสอดแทรกเรื่องราวของผู้นำหลายๆท่านไว้ในแต่ละบท เพื่อให้เห็นตัวอย่างและให้เข้าใจได้ง่ายยิ่งขึ้น ซึ่งวิธีการและกลยุทธ์ต่างๆที่นำเสนอนั้นมีความสมเหตุสมผล สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง และช่วยให้ผู้นำได้รับแง่คิดและการรู้จักตนเอง รู้จักไขว่คว้าโอกาสต่างๆเพื่อบรรลุถึงศักยภาพสูงสุด
ชื่อเรื่อง:
ดูไบ
ผู้แต่ง:
กาญจนา หงษ์ทอง
สำนักพิมพ์:
วงกลม
ปีที่พิมพ์:
2552
จำนวนหน้า:
187 หน้า
ราคา:
190 บาท
"ดูไบ" คู่มือท่องเที่ยวประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เหมาะสำหรับผู้ต้องการเดินทางท่องเที่ยว
ด้วยตนเอง แบบมีเวลาไม่มากและมีงบประมาณจำกัด เป็นคู่มือที่ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและใช้ได้จริง โดยแนะนำเส้นทางต่างๆ ครอบคลุมทุกๆ เมืองทั่วประเทศ พร้อมนำเสนอทิปเล็กๆ น้อยๆ จากประสบการณ์ตรง จัดทำขึ่นเพื่อนักเดินทางชาวไทยโดยเฉพาะ
ชื่อเรื่อง:
มหาสมุทรแห่งปัญญา : แนวทางแห่งการดำเนินชีวิต
ผู้แต่ง:
องค์ทะไลลามะ
สำนักพิมพ์:
เนชั่นบุ๊คส์
ปีที่พิมพ์:
2551
จำนวนหน้า:
86 หน้า
ราคา:
150 บาท
"มหาสมุทรแห่งปัญญา : แนวทางแห่งการดำเนินชีวิต" เป็นหนังสือแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ 'Ocean of Wisdom' ซึ่งรวบรวมขึ้นจากปาฐกถาขององค์เทนซิน เกียโซ ทะไลลามะองค์ที่สิบสี่
แห่งทิเบตและเจ้าของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ที่ทรงแสดง ณ สถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ทั้งในมหาวิทยาลัย ศาสนสถาน และงานชุมนุมระหว่างศาสนา พระองค์ทรงให้ความสำคัญในการสร้างสันติสุขให้แก่โลก การชี้ถึงภัยคุกคามของอาวุธนิวเคลียร์ที่กำลังแพร่กระจายไปทั่ว รวมถึงทรงแสดงความห่วงใยต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งใครก็ตามที่ห่วงใยชะตากรรมของโลกที่กำลังตกอยู่ในอันตราย และต้องพึ่งพากันมากขึ้นเรื่อยๆ
ชื่อเรื่อง:
หนังสือภาพ ตามรอยบาทพระศาสดา อาสาฬหบูชา ธรรมยาตราคุ้มครองโลก
ผู้แต่ง:
คณะสงฆ์กรุงเทพมหานคร ... [และอื่น ๆ]
สำนักพิมพ์:
ธนาเพลส
ปีที่พิมพ์:
2551
จำนวนหน้า:
147 หน้า
ราคา:
-
หนังสือภาพ ตามรอยบาทพระศาสดา นำเสนอเนื้อหาและรูปภาพเกี่ยวกับสังเวชนียสถาน 4 แห่ง
ที่สำคัญที่สุดก่อนที่พระตถาคต(พระพุทธเจ้า) จะเสด็จดับขันธปรินิพพาน อันได้แก่ สถานที่ประสูติ(ลุมพินีวัน) สถานที่ตรัสรู้อนุตตรสัมมาโพธิญาณ(พุทธคยา) สถานที่แสดงปฐมเทศนา(พาราณสี) และสถานที่เสด็จดับขันธปรินิพพาน (กุสินารา) นอกจากนี้ยังประกอบไปด้วยสถานที่สำคัญอื่นๆ เช่น สถานที่แสดงโอวาทปาติโมกข์(ราชคฤห์) สถานที่เสวยสุขในราชสมบัติ(กบิลพัสดุ์) หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์ขึ้นเพื่อน้อมนำจิตใจให้ผู้อ่านได้ระลึกถึงพระพุทธเจ้าและคุณของพระพุทธเจ้า พระธรรมและคุณของพระธรรม พระอริยสงฆ์และคุณของพระอริยสงฆ์ อันเป็นเหตุให้บุญกุศลที่ยังไม่เกิด และยังบุญกุศลที่เกิดขึ้นแล้วให้เจริญยิ่งขึ้นไปในอนาคต
วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552
การคิดเชิงสังเคราะห์ (Synthesis – Type Thinking)
การคิดเชิงสังเคราะห์ (Synthesis – Type Thinking)
สรุปจากหนังสือของ ศ. ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ความหมายของการสังเคราะห์
การสังเคราะห์ (Synthesis) หมายถึง การผสมผสานรวมกันอย่างกลมกลืนของส่วนประกอบต่าง ๆ จนกลายเป็นสิ่งใหม่ที่มีเอกลักษณ์ และคุณสมบัติเฉพาะ มี 2 ลักษณะ คือ
1. เป็นสิ่งใหม่ที่เกิดจากการ "หลอมรวม" ส่วนประกอบย่อยต่างๆ จนไม่สามารถมองเห็นส่วนประกอบต่างๆ เหล่านั้น
2. เป็นสิ่งใหม่ที่เกิดจากการ "ถักทอ" องค์ประกอบย่อยต่างๆ เข้าด้วยกัน กลายเป็นสิ่งใหม่ที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ซึ่งอาจยังมองเห็นองค์ประกอบย่อยอยู่
ความหมายของการคิดเชิงสังเคราะห์
การคิดเชิงสังเคราะห์ หมายถึง ความสามารถในการคิดที่ดึงองค์ประกอบต่างๆ มาหลอมรวม หรือถักทอภายใต้โครงร่างใหม่อย่างเหมาะสม ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
• เป็นมิติการคิดที่ต้องออกแรงทั้งในด้านการค้นคว้ารวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะคิด
ซึ่งอาจจะมีจำนวนมากและกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ทั่วไป
• เมื่อได้ข้อมูลเหล่านั้นมาแล้วจะต้องออกแรงดึงแนวคิดจากส่วนประกอบเหล่านั้น คัดเฉพาะส่วนที่เกี่ยวโยงกับเรื่องที่คิด
• นำมาหลอมรวมแนวคิดเหล่านั้นหรือถักทอความคิดต่างๆ ให้อยู่ภายใต้ตัวแบบโครงร่างเดียวกันซึ่งได้กำหนดขึ้น เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
การคิดเชิงสังเคราะห์จะเกิดขึ้นเมื่อ
• เราจำเป็นต้องหาทางเลือกใหม่
• เราต้องการทำสิ่งใหม่
• เราต้องการหาข้อสรุปที่กระจัดกระจายเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
การคิดเชิงสังเคราะห์ จัดประเภทได้เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่
1. การคิดสังเคราะห์เชิงวิพากษ์ เป็นการวิพากษ์เรื่องราวต่างๆ หรือประเด็นต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อสรุปบางประการที่เหมาะสม สามารถนำมาใช้ในสิ่งที่เราต้องการต่อไป และตอบวัตถุประสงค์ที่เราตั้งไว้
2. การคิดสังเคราะห์เชิงสร้างสรรค์ เป็นการนำแนวความคิดต่างๆ หรือประเด็นต่างๆ ที่ได้รับมาจัดรูปความสัมพันธ์เชื่อมโยงอย่างสมเหตุสมผล กลายเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนสามารถนำมาใช้งานบางอย่างตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ประโยชน์ของการคิดเชิงสังเคราะห์
• ช่วยให้เราสามารถจัดระบบระเบียบข้อมูลที่กระจัดกระจายในความคิดของเราได้อย่างเหมาะสม ความคิดของเราจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ไม่คลุมเครือ และนำมาใช้ในชีวิตจริงได้
• เกิดความรอบคอบในแนวทางปฏิบัติ เนื่องจากผ่านการคิดสังเคราะห์ที่มีข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้าน โอกาสเกิดข้อผิดพลาดน้อย สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคมและตัวเราได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
• ช่วยหาทางออกของปัญหาโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ ทำให้เราไม่ต้องคิดสิ่งต่างๆ ราวกับว่าสิ่งนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่สามารถนำสิ่งที่คนอื่นคิดหรือได้ปฏิบัติมาแล้ว มาใช้ประโยชน์ได้ โดยดูจากเรื่องเดียวกันในหลายๆ ที่ หลายๆ แห่ง ทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงและโดยอ้อม เอามาผสมผสานกันเป็นทางออกของปัญหา
• ประหยัดเวลาการคิด และทำให้เราต่อยอดและสร้างแนวคิดที่เป็นของตนเองขึ้นมาได้ง่ายขึ้น
• ช่วยให้มีความเข้าใจที่คมชัด และครบถ้วนเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เมื่อเราต้องการหาทางออกให้กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือต้องการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่าง และสามารถปรับใช้อย่างสร้างสรรค์ในสถานการณ์จริงได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น
• ช่วยขยายขอบเขตความสามารถของสมอง สมองยังไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะสะสมข้อมูล จัดระเบียบข้อมูลที่มีอยู่มากมายและกลั่นกรองออกมาเป็นเรื่องเดียวกันได้ ข้อมูลที่สังเคราะห์จะเป็นประโยชน์ในการคิดต่อยอดความรู้ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ
• ช่วยให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ในการคิดเพื่อแก้ปัญหา วิธีที่นิยมคือการระดมสมอง (Brainstorming) เพื่อให้เกิดผลผลิตทางความคิดใหม่ๆ ความคิดเหล่านั้นนอกจากจะมีความหลากหลายแล้ว ยังผสมผสานปนเปกันระหว่างความคิดเห็นที่ไปทางเดียวกัน กับความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน การจะนำความคิดเหล่านี้มาใช้ประโยชน์และไม่ทิ้งให้สูญเปล่า อาจจะใช้วิธีการสังเคราะห์ โดยการทดลองผสมผสานแนวคิดเหล่านี้ที่ใช้การได้ เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่ที่สามารถตอบวัตถุประสงค์การคิดของเราได้
คิดสังเคราะห์เพื่อสร้างสรรค์...สิ่งใหม่
การคิดเชิงสังเคราะห์ สามารถแบ่งรูปแบบการคิดได้เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่
1. การคิดเชิงสังเคราะห์เพื่อการสร้าง "สิ่งใหม่" ซึ่งเป็นการประดิษฐ์สิ่งของ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่างๆ ตามต้องการของเรา
2. การคิดเชิงสังเคราะห์เพื่อการสร้าง "แนวคิดใหม่" อันเป็นการพัฒนาและคิดค้นแนวความคิดใหม่ๆ ในประเด็นต่างๆ ตามที่ตั้งวัตถุประสงค์เอาไว้
คิดสังเคราะห์เพื่อสร้างสรรค์...แนวคิดใหม่ มีกระบวนการคิดที่สำคัญ 7 ขั้นตอน ดังนี้
1. การกำหนดวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของเรื่องที่ต้องการคิดเชิงสังเคราะห์ จะทำให้เราพบความสำเร็จไปแล้วเกินครึ่ง เนื่องจากเราจะทราบว่าหนทางที่ควรจะดำเนินต่อไปเป็นอย่างไร
2. การกำหนดขอบเขตของประเด็นที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะใช้เป็นกรอบในการค้นหาแหล่งข้อมูล
โดยอาจเริ่มต้นที่ความคิด ความรู้ ความจำ หรือประสบการณ์เดิมที่เราเคยมี หากเราจะเริ่มทำการสังเคราะห์ จะต้องมีประเด็นอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง การกำหนดขอบเขต เปรียบเสมือนการหล่อแบบพิมพ์ไว้ เพื่อเตรียมเทข้อมูลต่างๆ ที่ผสมผสานกันแล้วลงในแบบพิมพ์ จนได้รูปลักษณ์และคุณภาพตามที่เราต้องการ
3. การกำหนดลักษณะของสิ่งที่จะนำมาสังเคราะห์ การจะเป็นผู้คิดเชิงสังเคราะห์ได้ดี จำเป็นต้องมีแหล่งข้อมูลที่ดี และเป็นข้อมูลที่ได้รับการกลั่นกรองอย่างน่าเชื่อถือมาแล้วระดับหนึ่ง เป็นแหล่งข้อมูลที่มีความชำนาญ ทันสมัยที่สุดในขณะนั้นและกว้างไกล
4. การดึงเฉพาะแนวคิด (Concept) ที่เกี่ยวข้องมาใช้ โดยคัดสรรเฉพาะแก่นความคิดของข้อมูลที่ ตอบวัตถุประสงค์ของเรา โดยไม่สนใจรายละเอียดหรือประเด็นอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งวิธีการจัดแนวคิดนั้น ต้องระดมสมองและใช้ประโยชน์จากผู้เชี่ยวชาญให้ช่วยวิเคราะห์และนำเสนอประเด็นที่มาจากภูมิปัญญาของผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่าน โดยที่ผู้เชี่ยวชาญจะแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย มีความเป็นอิสระ ไม่มีการเผชิญหน้ากัน เพื่อป้องกันไม่ไห้ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่ง ส่งผลโน้มน้าวผู้เชี่ยวชาญอีกท่านหนึ่ง อันจะทำให้การวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญท่านนั้น อาจเอนเอียงไปจากความตั้งใจเดิมที่ควรจะเป็น
5. การจัดเรียงแนวคิดตามโครงที่ตั้งไว้ หรือสร้างแกนความคิดใหม่เพื่อตอบวัตถุประสงค์เมื่อนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมารวมกัน โดยแยกตามประเภทแล้ว จากนั้นนำมาจัดระเบียบข้อมูลของแต่ละ
ประเภท ให้มีประเด็นใหญ่ ประเด็นย่อย ตามลำดับความสำคัญอย่างเหมาะสม
6. ขั้นทดสอบโครงร่างใหม่ เพื่อพิจารณาว่าโครงร่างใหม่ที่สร้างขึ้นมีความเหมาะสมหรือไม่ ดีที่สุดแล้วหรือยัง มีสิ่งใดต้องปรับเปลี่ยน จากนั้นจึงนำมาปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบต่อไป
7. การนำสิ่งที่สังเคราะห์ได้ไปใช้ประโยชน์ เมื่อเราได้ตัวแบบการสังเคราะห์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์แล้วนั้น ให้เรานำข้อมูลความคิดที่ได้จากการสังเคราะห์ไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
การพัฒนาทัศนคติและนิสัยนักคิดเชิงสังเคราะห์
ไม่พอใจสิ่งเดิม...ชอบถามหาสิ่งใหม่
ไม่นิ่งเฉย...ชอบสะสมข้อมูล
ไม่จับแพะชนแกะ...ชอบเชื่อมโยงเหตุและผล
ไม่แปลกแยก...ชอบผสมผสาน
ไม่คลุมเครือ...ชอบคมชัดในประเด็น
ไม่ลำเอียง...ชอบวางตนเป็นกลาง
ไม่ยุ่งเหยิง...ชอบระบบระเบียบ
ไม่ท้อถอย...ชอบมานะพากเพียร
ไม่คิดแยกส่วน...ชอบคิด 10 มิติ
สรุปจากหนังสือของ ศ. ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ความหมายของการสังเคราะห์
การสังเคราะห์ (Synthesis) หมายถึง การผสมผสานรวมกันอย่างกลมกลืนของส่วนประกอบต่าง ๆ จนกลายเป็นสิ่งใหม่ที่มีเอกลักษณ์ และคุณสมบัติเฉพาะ มี 2 ลักษณะ คือ
1. เป็นสิ่งใหม่ที่เกิดจากการ "หลอมรวม" ส่วนประกอบย่อยต่างๆ จนไม่สามารถมองเห็นส่วนประกอบต่างๆ เหล่านั้น
2. เป็นสิ่งใหม่ที่เกิดจากการ "ถักทอ" องค์ประกอบย่อยต่างๆ เข้าด้วยกัน กลายเป็นสิ่งใหม่ที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ซึ่งอาจยังมองเห็นองค์ประกอบย่อยอยู่
ความหมายของการคิดเชิงสังเคราะห์
การคิดเชิงสังเคราะห์ หมายถึง ความสามารถในการคิดที่ดึงองค์ประกอบต่างๆ มาหลอมรวม หรือถักทอภายใต้โครงร่างใหม่อย่างเหมาะสม ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
• เป็นมิติการคิดที่ต้องออกแรงทั้งในด้านการค้นคว้ารวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะคิด
ซึ่งอาจจะมีจำนวนมากและกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ทั่วไป
• เมื่อได้ข้อมูลเหล่านั้นมาแล้วจะต้องออกแรงดึงแนวคิดจากส่วนประกอบเหล่านั้น คัดเฉพาะส่วนที่เกี่ยวโยงกับเรื่องที่คิด
• นำมาหลอมรวมแนวคิดเหล่านั้นหรือถักทอความคิดต่างๆ ให้อยู่ภายใต้ตัวแบบโครงร่างเดียวกันซึ่งได้กำหนดขึ้น เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
การคิดเชิงสังเคราะห์จะเกิดขึ้นเมื่อ
• เราจำเป็นต้องหาทางเลือกใหม่
• เราต้องการทำสิ่งใหม่
• เราต้องการหาข้อสรุปที่กระจัดกระจายเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
การคิดเชิงสังเคราะห์ จัดประเภทได้เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่
1. การคิดสังเคราะห์เชิงวิพากษ์ เป็นการวิพากษ์เรื่องราวต่างๆ หรือประเด็นต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อสรุปบางประการที่เหมาะสม สามารถนำมาใช้ในสิ่งที่เราต้องการต่อไป และตอบวัตถุประสงค์ที่เราตั้งไว้
2. การคิดสังเคราะห์เชิงสร้างสรรค์ เป็นการนำแนวความคิดต่างๆ หรือประเด็นต่างๆ ที่ได้รับมาจัดรูปความสัมพันธ์เชื่อมโยงอย่างสมเหตุสมผล กลายเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนสามารถนำมาใช้งานบางอย่างตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ประโยชน์ของการคิดเชิงสังเคราะห์
• ช่วยให้เราสามารถจัดระบบระเบียบข้อมูลที่กระจัดกระจายในความคิดของเราได้อย่างเหมาะสม ความคิดของเราจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ไม่คลุมเครือ และนำมาใช้ในชีวิตจริงได้
• เกิดความรอบคอบในแนวทางปฏิบัติ เนื่องจากผ่านการคิดสังเคราะห์ที่มีข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้าน โอกาสเกิดข้อผิดพลาดน้อย สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคมและตัวเราได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
• ช่วยหาทางออกของปัญหาโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ ทำให้เราไม่ต้องคิดสิ่งต่างๆ ราวกับว่าสิ่งนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่สามารถนำสิ่งที่คนอื่นคิดหรือได้ปฏิบัติมาแล้ว มาใช้ประโยชน์ได้ โดยดูจากเรื่องเดียวกันในหลายๆ ที่ หลายๆ แห่ง ทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงและโดยอ้อม เอามาผสมผสานกันเป็นทางออกของปัญหา
• ประหยัดเวลาการคิด และทำให้เราต่อยอดและสร้างแนวคิดที่เป็นของตนเองขึ้นมาได้ง่ายขึ้น
• ช่วยให้มีความเข้าใจที่คมชัด และครบถ้วนเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เมื่อเราต้องการหาทางออกให้กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือต้องการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่าง และสามารถปรับใช้อย่างสร้างสรรค์ในสถานการณ์จริงได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น
• ช่วยขยายขอบเขตความสามารถของสมอง สมองยังไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะสะสมข้อมูล จัดระเบียบข้อมูลที่มีอยู่มากมายและกลั่นกรองออกมาเป็นเรื่องเดียวกันได้ ข้อมูลที่สังเคราะห์จะเป็นประโยชน์ในการคิดต่อยอดความรู้ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ
• ช่วยให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ในการคิดเพื่อแก้ปัญหา วิธีที่นิยมคือการระดมสมอง (Brainstorming) เพื่อให้เกิดผลผลิตทางความคิดใหม่ๆ ความคิดเหล่านั้นนอกจากจะมีความหลากหลายแล้ว ยังผสมผสานปนเปกันระหว่างความคิดเห็นที่ไปทางเดียวกัน กับความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน การจะนำความคิดเหล่านี้มาใช้ประโยชน์และไม่ทิ้งให้สูญเปล่า อาจจะใช้วิธีการสังเคราะห์ โดยการทดลองผสมผสานแนวคิดเหล่านี้ที่ใช้การได้ เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่ที่สามารถตอบวัตถุประสงค์การคิดของเราได้
คิดสังเคราะห์เพื่อสร้างสรรค์...สิ่งใหม่
การคิดเชิงสังเคราะห์ สามารถแบ่งรูปแบบการคิดได้เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่
1. การคิดเชิงสังเคราะห์เพื่อการสร้าง "สิ่งใหม่" ซึ่งเป็นการประดิษฐ์สิ่งของ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่างๆ ตามต้องการของเรา
2. การคิดเชิงสังเคราะห์เพื่อการสร้าง "แนวคิดใหม่" อันเป็นการพัฒนาและคิดค้นแนวความคิดใหม่ๆ ในประเด็นต่างๆ ตามที่ตั้งวัตถุประสงค์เอาไว้
คิดสังเคราะห์เพื่อสร้างสรรค์...แนวคิดใหม่ มีกระบวนการคิดที่สำคัญ 7 ขั้นตอน ดังนี้
1. การกำหนดวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของเรื่องที่ต้องการคิดเชิงสังเคราะห์ จะทำให้เราพบความสำเร็จไปแล้วเกินครึ่ง เนื่องจากเราจะทราบว่าหนทางที่ควรจะดำเนินต่อไปเป็นอย่างไร
2. การกำหนดขอบเขตของประเด็นที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะใช้เป็นกรอบในการค้นหาแหล่งข้อมูล
โดยอาจเริ่มต้นที่ความคิด ความรู้ ความจำ หรือประสบการณ์เดิมที่เราเคยมี หากเราจะเริ่มทำการสังเคราะห์ จะต้องมีประเด็นอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง การกำหนดขอบเขต เปรียบเสมือนการหล่อแบบพิมพ์ไว้ เพื่อเตรียมเทข้อมูลต่างๆ ที่ผสมผสานกันแล้วลงในแบบพิมพ์ จนได้รูปลักษณ์และคุณภาพตามที่เราต้องการ
3. การกำหนดลักษณะของสิ่งที่จะนำมาสังเคราะห์ การจะเป็นผู้คิดเชิงสังเคราะห์ได้ดี จำเป็นต้องมีแหล่งข้อมูลที่ดี และเป็นข้อมูลที่ได้รับการกลั่นกรองอย่างน่าเชื่อถือมาแล้วระดับหนึ่ง เป็นแหล่งข้อมูลที่มีความชำนาญ ทันสมัยที่สุดในขณะนั้นและกว้างไกล
4. การดึงเฉพาะแนวคิด (Concept) ที่เกี่ยวข้องมาใช้ โดยคัดสรรเฉพาะแก่นความคิดของข้อมูลที่ ตอบวัตถุประสงค์ของเรา โดยไม่สนใจรายละเอียดหรือประเด็นอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งวิธีการจัดแนวคิดนั้น ต้องระดมสมองและใช้ประโยชน์จากผู้เชี่ยวชาญให้ช่วยวิเคราะห์และนำเสนอประเด็นที่มาจากภูมิปัญญาของผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่าน โดยที่ผู้เชี่ยวชาญจะแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย มีความเป็นอิสระ ไม่มีการเผชิญหน้ากัน เพื่อป้องกันไม่ไห้ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่ง ส่งผลโน้มน้าวผู้เชี่ยวชาญอีกท่านหนึ่ง อันจะทำให้การวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญท่านนั้น อาจเอนเอียงไปจากความตั้งใจเดิมที่ควรจะเป็น
5. การจัดเรียงแนวคิดตามโครงที่ตั้งไว้ หรือสร้างแกนความคิดใหม่เพื่อตอบวัตถุประสงค์เมื่อนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมารวมกัน โดยแยกตามประเภทแล้ว จากนั้นนำมาจัดระเบียบข้อมูลของแต่ละ
ประเภท ให้มีประเด็นใหญ่ ประเด็นย่อย ตามลำดับความสำคัญอย่างเหมาะสม
6. ขั้นทดสอบโครงร่างใหม่ เพื่อพิจารณาว่าโครงร่างใหม่ที่สร้างขึ้นมีความเหมาะสมหรือไม่ ดีที่สุดแล้วหรือยัง มีสิ่งใดต้องปรับเปลี่ยน จากนั้นจึงนำมาปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบต่อไป
7. การนำสิ่งที่สังเคราะห์ได้ไปใช้ประโยชน์ เมื่อเราได้ตัวแบบการสังเคราะห์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์แล้วนั้น ให้เรานำข้อมูลความคิดที่ได้จากการสังเคราะห์ไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
การพัฒนาทัศนคติและนิสัยนักคิดเชิงสังเคราะห์
ไม่พอใจสิ่งเดิม...ชอบถามหาสิ่งใหม่
ไม่นิ่งเฉย...ชอบสะสมข้อมูล
ไม่จับแพะชนแกะ...ชอบเชื่อมโยงเหตุและผล
ไม่แปลกแยก...ชอบผสมผสาน
ไม่คลุมเครือ...ชอบคมชัดในประเด็น
ไม่ลำเอียง...ชอบวางตนเป็นกลาง
ไม่ยุ่งเหยิง...ชอบระบบระเบียบ
ไม่ท้อถอย...ชอบมานะพากเพียร
ไม่คิดแยกส่วน...ชอบคิด 10 มิติ
วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2552
ย่อหนังสือน่าอ่าน 7/52
ชื่อเรื่อง : กะเทาะระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน
ผู้แต่ง : ยุดา รักไทย
สำนักพิมพ์ : ครีเอทีฟ เวย์
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 176 หน้า
ราคา : 150 บาท
ผู้เขียนรวบรวมปัญหาต่าง ๆ ในการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance management)
ซึ่งเป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้พนักงานกับผู้บังคับบัญชาโดยตรงได้มีการสื่อสารและทำความเข้าใจกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับหน้าที่สำคัญที่จะต้องทำ บทบาทที่มีต่อความสำเร็จขององค์กร มาตรฐานและการวัดผลการปฏิบัติงานการแก้ปัญหาในการปฏิบัติงาน และแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาการปฏิบัติงานของพนักงาน อันจะนำไปสู่การปรับผลการดำเนินงานขององค์กร แต่หลายองค์กรนำเอาระบบนี้มาใช้แล้วกลับไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว อีกทั้งพนักงานมองว่าเป็นเรื่องเสียเวลา และไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ซึ่งผู้เขียนชี้ให้เห็นว่า ปัญหาหรืออุปสรรคที่ทำให้
ระบบนี้ขาดประสิทธิผลมีมากมาย ปัญหาหรืออุปสรรคบางอย่างที่อาจดูเป็นเรื่องหยุมหยิมในสายตาของผู้บริหาร แต่เป็นเรื่องที่พนักงานให้ความสำคัญและมีผลต่อความสำเร็จในการนำเอาระบบนี้มาใช้อย่างมาก นอกจากนี้ ผู้เขียนยังให้ข้อแนะนำในการรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ไว้ด้วย
ชื่อเรื่อง : สถิติธุรกิจ Business statistics
ผู้แต่ง : สรชัย พิศาลบุตร
สำนักพิมพ์ : วิทยพัฒน์
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 368 หน้า
ราคา : 190 บาท
ตำรา สถิติธุรกิจ Business statistics เหมาะสำหรับนักศึกษา ตลอดจนผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจ
ทั่วไปที่สนใจนำสถิติไปประยุกต์ทางธุรกิจเพื่อวิเคราะห์และวางแผนทางธุรกิจ เนื้อหาในแต่ละบทอธิบายด้วยภาษาที่กระชับ เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างการประยุกต์ทางธุรกิจในด้านต่างๆ เช่น สถิติกับการประยุกต์ทางธุรกิจ การเก็บรวบรวมและการนำเสนอข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น ตัวแปรสุ่มและการแจกแจงความน่าจะเป็น ประชากรและการสุ่มตัวอย่าง การประมาณค่า การทดสอบสมมุติฐานเชิงสถิติ การวิเคราะห์ความแปรปรวน การทดสอบไคสแควร์ การทดสอบสมมุติฐานที่ใช้พารามิเตอร์ การวิเคราะห์สหสัมพันธ์และการถดถอย การวิเคราะห์อนุกรมเวลา เลขดัชนีและการพยากรณ์และการตัดสินใจทางธุรกิจ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างกรณีศึกษาที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ
การประกอบธุรกิจจริงและเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในการวางแผนทั้งด้านการลงทุน การผลิต การตลาด การเงิน และการบริหารจัดการ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมตามหลักวิชา
ชื่อเรื่อง : ชัยชนะเหนือทะเลแดงเดือด = Triumph over the red ocean
ผู้แต่ง : ฤชุดา บุญเปลี่ยน, ธนาทิพ ฉัตรภูติ, ผู้เรียบเรียง
สำนักพิมพ์ : แอล.ที.เพรส
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 216 หน้า
ราคา : 190 บาท
ทะเลแดงเดือด หมายถึง ธุรกิจในปัจจุบันที่แข่งขันกันจนกระทั่งนองเลือด การได้ชัยชนะเหนือ
ทะเลแดงเดือดนั้นต้องใช้กลยุทธ์อย่างไร หนังสือประมวลกรณีศึกษาสืบเนื่องจากวันนักการตลาดประจำปี 2550 ของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ภายใต้หัวข้อผ่ากลยุทธ์เหนือทะเลแดงเดือด ซึ่งได้จัดให้มีการมอบรางวัล MAT Awards แก่สินค้าหรือบริการที่มีกลยุทธ์การตลาดที่โดดเด่นจนประสบความสำเร็จทางธุรกิจ โดยผู้ได้รับรางวัลสุดยอดแคมเปญการตลาดประจำปี พ.ศ.2550 ชนะเลิศ 2 บริษัทคือ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และบริษัทเอเชียประกันภัย 1950 จำกัด และผู้ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 คือ บริษัท ทรูวิชั่น จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ยังมีกรณีศึกษาขององค์กรที่มีกลยุทธ์การตลาดที่โดดเด่นท่ามกลางทะเลแดงเดือดเพิ่มเติมอีก เพื่อให้ผู้อ่านได้ศึกษาว่าแต่ละองค์กรมีการวางหมากธุรกิจอย่างไรให้ประสบผลสำเร็จ
ชื่อเรื่อง : รหัสลับความรวย
ผู้แต่ง : ริชาร์ด เทมพลาร์
สำนักพิมพ์ : ดีไลท์พับลิชชิ่ง
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 211 หน้า
ราคา : 185 บาท
คนเราทุกคนมีความปรารถนาที่จะไขวคว้าหาความร่ำรวย เพื่อยกระดับฐานะและความเป็นอยู่ของ
ชีวิตให้ดีขึ้น บ่อยครั้งที่เราได้พบเห็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จแล้วเก็บมาชื่นชมระคนสงสัยว่า พวกเขาเหล่านั้นไปถึงฝั่งฝันได้อย่างไร แล้วเราจะทำอย่างไรจึงจะเจริญรอยตามบุคคลเหล่านั้นได้ หนังสือ "รหัสลับความรวย" จะเปิดเผย "สูตรลับ" ในการสร้างความร่ำรวยและมั่งคั่ง ด้วยวิธีการจัดการทางการเงินอย่างชาญฉลาดและยึดมั่นในจริยธรรมอันดีงาม ที่ส่งผลให้สถานะทางการเงินดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ชื่อเรื่อง : เป็นหนี้จะแก้ไขชีวิตอย่างไร
ผู้แต่ง : ปิติชัย พงษ์วานิชอนันต์, อิฐบูรณ์ อ้นวงษา, กรรณิการ์ กิตติเวชกุล
สำนักพิมพ์ : มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ปีที่พิมพ์ : 2549
จำนวนหน้า : 120 หน้า
ราคา : 175 บาท
หนังสือเล่มนี้ ได้บอกถึงแนวทางในการแก้ไขและจัดการปัญหาหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้ใน
ระบบหรือหนี้นอกระบบ โดยได้รวบรวมประสบการณ์ และบทเรียนจากบรรดาลูกหนี้ วิธีการรับมือพวกทวงหนี้จอมโหด เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับกฎหมายการบังคับคดีหนี้สิน ดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรมกับการต่อสู้ของผู้บริโภค การหยุดจ่ายหนี้อย่างไรไม่ให้เสียเครดิต และรู้ให้ทันกลโกงและมาตราการปราบเจ้าหนี้นอกระบบ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อบรรดาลูกหนี้ พร้อมทั้งกล่าวถึงหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ รายชื่อธุรกิจสินเชื่อบุคคลที่ไม่ใช่สถาบันการเงินและข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ชื่อเรื่อง : 9 สวนสวย 9 นักจัดสวน
ผู้แต่ง : มนูญ ทองนพรัตน์
สำนักพิมพ์ : บ้านและสวน
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 160 หน้า
ราคา : 435 บาท
“9 สวนสวย 9 นักจัดสวน” เป็นการรวบรวมผลงานเด่นของ 9 นักจัดสวนชั้นนำของเมืองไทยส่วนประกอบของเนื้อหาภายในเล่มนำเสนอเรื่องราวของสวนผ่านมุมมองความคิดของนักจัดสวนเป็นส่วนใหญ่ รวมไปถึงประวัติสั้นๆ ของนักจัดสวนแต่ละคน ทัศนะที่มีต่อสวนที่ดีและนักจัดสวนที่ดี รวมถึง 3 พรรณไม้โปรดที่นักจัดสวนแต่ละคน ซึ่งภาพสวนและเรื่องราวทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ จะเป็นได้ทั้งพื้นฐานความคิดหรือช่วยต่อยอดไอเดียให้กับผู้ที่กำลังอยากสร้างสรรค์สวยสวยของตัวเองได้ด้วย
ผู้แต่ง : ยุดา รักไทย
สำนักพิมพ์ : ครีเอทีฟ เวย์
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 176 หน้า
ราคา : 150 บาท
ผู้เขียนรวบรวมปัญหาต่าง ๆ ในการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance management)
ซึ่งเป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้พนักงานกับผู้บังคับบัญชาโดยตรงได้มีการสื่อสารและทำความเข้าใจกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับหน้าที่สำคัญที่จะต้องทำ บทบาทที่มีต่อความสำเร็จขององค์กร มาตรฐานและการวัดผลการปฏิบัติงานการแก้ปัญหาในการปฏิบัติงาน และแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาการปฏิบัติงานของพนักงาน อันจะนำไปสู่การปรับผลการดำเนินงานขององค์กร แต่หลายองค์กรนำเอาระบบนี้มาใช้แล้วกลับไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว อีกทั้งพนักงานมองว่าเป็นเรื่องเสียเวลา และไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ซึ่งผู้เขียนชี้ให้เห็นว่า ปัญหาหรืออุปสรรคที่ทำให้
ระบบนี้ขาดประสิทธิผลมีมากมาย ปัญหาหรืออุปสรรคบางอย่างที่อาจดูเป็นเรื่องหยุมหยิมในสายตาของผู้บริหาร แต่เป็นเรื่องที่พนักงานให้ความสำคัญและมีผลต่อความสำเร็จในการนำเอาระบบนี้มาใช้อย่างมาก นอกจากนี้ ผู้เขียนยังให้ข้อแนะนำในการรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ไว้ด้วย
ชื่อเรื่อง : สถิติธุรกิจ Business statistics
ผู้แต่ง : สรชัย พิศาลบุตร
สำนักพิมพ์ : วิทยพัฒน์
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 368 หน้า
ราคา : 190 บาท
ตำรา สถิติธุรกิจ Business statistics เหมาะสำหรับนักศึกษา ตลอดจนผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจ
ทั่วไปที่สนใจนำสถิติไปประยุกต์ทางธุรกิจเพื่อวิเคราะห์และวางแผนทางธุรกิจ เนื้อหาในแต่ละบทอธิบายด้วยภาษาที่กระชับ เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างการประยุกต์ทางธุรกิจในด้านต่างๆ เช่น สถิติกับการประยุกต์ทางธุรกิจ การเก็บรวบรวมและการนำเสนอข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น ตัวแปรสุ่มและการแจกแจงความน่าจะเป็น ประชากรและการสุ่มตัวอย่าง การประมาณค่า การทดสอบสมมุติฐานเชิงสถิติ การวิเคราะห์ความแปรปรวน การทดสอบไคสแควร์ การทดสอบสมมุติฐานที่ใช้พารามิเตอร์ การวิเคราะห์สหสัมพันธ์และการถดถอย การวิเคราะห์อนุกรมเวลา เลขดัชนีและการพยากรณ์และการตัดสินใจทางธุรกิจ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างกรณีศึกษาที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ
การประกอบธุรกิจจริงและเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในการวางแผนทั้งด้านการลงทุน การผลิต การตลาด การเงิน และการบริหารจัดการ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมตามหลักวิชา
ชื่อเรื่อง : ชัยชนะเหนือทะเลแดงเดือด = Triumph over the red ocean
ผู้แต่ง : ฤชุดา บุญเปลี่ยน, ธนาทิพ ฉัตรภูติ, ผู้เรียบเรียง
สำนักพิมพ์ : แอล.ที.เพรส
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 216 หน้า
ราคา : 190 บาท
ทะเลแดงเดือด หมายถึง ธุรกิจในปัจจุบันที่แข่งขันกันจนกระทั่งนองเลือด การได้ชัยชนะเหนือ
ทะเลแดงเดือดนั้นต้องใช้กลยุทธ์อย่างไร หนังสือประมวลกรณีศึกษาสืบเนื่องจากวันนักการตลาดประจำปี 2550 ของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ภายใต้หัวข้อผ่ากลยุทธ์เหนือทะเลแดงเดือด ซึ่งได้จัดให้มีการมอบรางวัล MAT Awards แก่สินค้าหรือบริการที่มีกลยุทธ์การตลาดที่โดดเด่นจนประสบความสำเร็จทางธุรกิจ โดยผู้ได้รับรางวัลสุดยอดแคมเปญการตลาดประจำปี พ.ศ.2550 ชนะเลิศ 2 บริษัทคือ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และบริษัทเอเชียประกันภัย 1950 จำกัด และผู้ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 คือ บริษัท ทรูวิชั่น จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ยังมีกรณีศึกษาขององค์กรที่มีกลยุทธ์การตลาดที่โดดเด่นท่ามกลางทะเลแดงเดือดเพิ่มเติมอีก เพื่อให้ผู้อ่านได้ศึกษาว่าแต่ละองค์กรมีการวางหมากธุรกิจอย่างไรให้ประสบผลสำเร็จ
ชื่อเรื่อง : รหัสลับความรวย
ผู้แต่ง : ริชาร์ด เทมพลาร์
สำนักพิมพ์ : ดีไลท์พับลิชชิ่ง
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 211 หน้า
ราคา : 185 บาท
คนเราทุกคนมีความปรารถนาที่จะไขวคว้าหาความร่ำรวย เพื่อยกระดับฐานะและความเป็นอยู่ของ
ชีวิตให้ดีขึ้น บ่อยครั้งที่เราได้พบเห็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จแล้วเก็บมาชื่นชมระคนสงสัยว่า พวกเขาเหล่านั้นไปถึงฝั่งฝันได้อย่างไร แล้วเราจะทำอย่างไรจึงจะเจริญรอยตามบุคคลเหล่านั้นได้ หนังสือ "รหัสลับความรวย" จะเปิดเผย "สูตรลับ" ในการสร้างความร่ำรวยและมั่งคั่ง ด้วยวิธีการจัดการทางการเงินอย่างชาญฉลาดและยึดมั่นในจริยธรรมอันดีงาม ที่ส่งผลให้สถานะทางการเงินดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ชื่อเรื่อง : เป็นหนี้จะแก้ไขชีวิตอย่างไร
ผู้แต่ง : ปิติชัย พงษ์วานิชอนันต์, อิฐบูรณ์ อ้นวงษา, กรรณิการ์ กิตติเวชกุล
สำนักพิมพ์ : มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ปีที่พิมพ์ : 2549
จำนวนหน้า : 120 หน้า
ราคา : 175 บาท
หนังสือเล่มนี้ ได้บอกถึงแนวทางในการแก้ไขและจัดการปัญหาหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้ใน
ระบบหรือหนี้นอกระบบ โดยได้รวบรวมประสบการณ์ และบทเรียนจากบรรดาลูกหนี้ วิธีการรับมือพวกทวงหนี้จอมโหด เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับกฎหมายการบังคับคดีหนี้สิน ดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรมกับการต่อสู้ของผู้บริโภค การหยุดจ่ายหนี้อย่างไรไม่ให้เสียเครดิต และรู้ให้ทันกลโกงและมาตราการปราบเจ้าหนี้นอกระบบ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อบรรดาลูกหนี้ พร้อมทั้งกล่าวถึงหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ รายชื่อธุรกิจสินเชื่อบุคคลที่ไม่ใช่สถาบันการเงินและข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ชื่อเรื่อง : 9 สวนสวย 9 นักจัดสวน
ผู้แต่ง : มนูญ ทองนพรัตน์
สำนักพิมพ์ : บ้านและสวน
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 160 หน้า
ราคา : 435 บาท
“9 สวนสวย 9 นักจัดสวน” เป็นการรวบรวมผลงานเด่นของ 9 นักจัดสวนชั้นนำของเมืองไทยส่วนประกอบของเนื้อหาภายในเล่มนำเสนอเรื่องราวของสวนผ่านมุมมองความคิดของนักจัดสวนเป็นส่วนใหญ่ รวมไปถึงประวัติสั้นๆ ของนักจัดสวนแต่ละคน ทัศนะที่มีต่อสวนที่ดีและนักจัดสวนที่ดี รวมถึง 3 พรรณไม้โปรดที่นักจัดสวนแต่ละคน ซึ่งภาพสวนและเรื่องราวทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ จะเป็นได้ทั้งพื้นฐานความคิดหรือช่วยต่อยอดไอเดียให้กับผู้ที่กำลังอยากสร้างสรรค์สวยสวยของตัวเองได้ด้วย
วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552
พยายามแยกอาการหมดสติว่าเกิดจากสาเหตุอะไร
พยายามแยกอาการหมดสติว่าเกิดจากสาเหตุอะไรก่อน
1.เนื่องจากศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรงจนทำให้กะโหลกแตก ผู้ป่วยอาจมีอาการชักกระตุก หน้าซีด ตัวเย็นถ้าจับชีพจรจะพบว่าเต้นแรงและช้าในระยะแรก ในระยะต่อมาจะเต้นเร็วขึ้นแต่เบาลง ผู่ป่วยจะหายใจลึก
2.อาการหมดสติเนื่องจากการสูญเสียโลหิตหรือน้ำออกจากร่างกายจำนวนมาก จะปรากฎอาการให้เห็นได้ว่า หน้าซีด ตัวเย็น เงื่อออกมาก ชีพจรเบามากหรืออาจคลำไม่ได้เลย
3.อาการหมดสติเนื่องมาจากสมองขาดออกซิเจน จะเห็นว่าผู้ป่วยหน้าซีดจนเขียว อาจเห็นบริเวณฝีปาก เล็บมือ เล็บเท้า
4.อาการหมดสติเนื่องมาจากได้รับสารพิษต่างๆ ผู้ป่วยจะมีอาการหน้าแดง บางกรณีก็ซีด ชีพจรเต้นแรง และลึก
5.อาการหมดสตเนื่องจากโรคเบาหวาน ผู้ป่วยจะมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติอาจถึง 100มก.หรือสูงกว่าอาการคือ หน้าแดงจัดผิวแห้ง
6.อาการหมดสติเนื่องมาจากลมบ้าหมู จะพบ่วาผู้ป่วยหน้าซีด บางรายอาจถึงเขียวคล้ำ ผิวซีด
7.อาการหมดสติเนื่องมาจากโรคหัวใจ เป็นเหตุให้หัวใจหยุดทำงานลงได้ ผู่ป่วยจะมรใบหน้าซีด ริมฝีปากแล้วเล็บมือเล็บเท้าเขียว อาการหมอสติเนื่องจ่ากได้รับความร้อนจัด จะมีอาการหน้าแดง ตัวร้อนหายใจจะมีเสียงดัง
8.อาการหมดสติเนื่องมาจากได้รับความเย็นจัดจะหน้าซีดออกคล้ำ ตัวเย็นชีพจรอาจเต้นเร็ว
9.อาการหมดสติเนื่องจากร่างกายได้รับความเย็นจัด
10.อาการหมดสติเนื่องจากอินซูลินเกินขนาดในร่างกาย
วิธีปฐมพยาบาล คือพยายามให้ผู้ป่วยหายใจสะดวก หากมีสิ่งใดขัดขวางทางเดินหายใจ ให้ผู้ป่วยนอนหน้าตะแคง เพื่อกันการสำลักอาเจียนซึ่งอาจจะไปอุดกั้นหลอดลมได้ คลายเสื้อผ้าให้หลวม เพื่อให้หายใจสะดวกขึ้น ให้ความอบอุ่นแก่ร่างหายผู้ป่วย และใส่ผ้ากันไว้ในปากป้ดงกันการกัดลิ้นเผื่อจะมีอาการชัก และนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยด่วนครับ
1.เนื่องจากศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรงจนทำให้กะโหลกแตก ผู้ป่วยอาจมีอาการชักกระตุก หน้าซีด ตัวเย็นถ้าจับชีพจรจะพบว่าเต้นแรงและช้าในระยะแรก ในระยะต่อมาจะเต้นเร็วขึ้นแต่เบาลง ผู่ป่วยจะหายใจลึก
2.อาการหมดสติเนื่องจากการสูญเสียโลหิตหรือน้ำออกจากร่างกายจำนวนมาก จะปรากฎอาการให้เห็นได้ว่า หน้าซีด ตัวเย็น เงื่อออกมาก ชีพจรเบามากหรืออาจคลำไม่ได้เลย
3.อาการหมดสติเนื่องมาจากสมองขาดออกซิเจน จะเห็นว่าผู้ป่วยหน้าซีดจนเขียว อาจเห็นบริเวณฝีปาก เล็บมือ เล็บเท้า
4.อาการหมดสติเนื่องมาจากได้รับสารพิษต่างๆ ผู้ป่วยจะมีอาการหน้าแดง บางกรณีก็ซีด ชีพจรเต้นแรง และลึก
5.อาการหมดสตเนื่องจากโรคเบาหวาน ผู้ป่วยจะมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติอาจถึง 100มก.หรือสูงกว่าอาการคือ หน้าแดงจัดผิวแห้ง
6.อาการหมดสติเนื่องมาจากลมบ้าหมู จะพบ่วาผู้ป่วยหน้าซีด บางรายอาจถึงเขียวคล้ำ ผิวซีด
7.อาการหมดสติเนื่องมาจากโรคหัวใจ เป็นเหตุให้หัวใจหยุดทำงานลงได้ ผู่ป่วยจะมรใบหน้าซีด ริมฝีปากแล้วเล็บมือเล็บเท้าเขียว อาการหมอสติเนื่องจ่ากได้รับความร้อนจัด จะมีอาการหน้าแดง ตัวร้อนหายใจจะมีเสียงดัง
8.อาการหมดสติเนื่องมาจากได้รับความเย็นจัดจะหน้าซีดออกคล้ำ ตัวเย็นชีพจรอาจเต้นเร็ว
9.อาการหมดสติเนื่องจากร่างกายได้รับความเย็นจัด
10.อาการหมดสติเนื่องจากอินซูลินเกินขนาดในร่างกาย
วิธีปฐมพยาบาล คือพยายามให้ผู้ป่วยหายใจสะดวก หากมีสิ่งใดขัดขวางทางเดินหายใจ ให้ผู้ป่วยนอนหน้าตะแคง เพื่อกันการสำลักอาเจียนซึ่งอาจจะไปอุดกั้นหลอดลมได้ คลายเสื้อผ้าให้หลวม เพื่อให้หายใจสะดวกขึ้น ให้ความอบอุ่นแก่ร่างหายผู้ป่วย และใส่ผ้ากันไว้ในปากป้ดงกันการกัดลิ้นเผื่อจะมีอาการชัก และนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยด่วนครับ
วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2552
ธุรกิจเครือข่ายที่น่าสนใจ
ซื้อกินซื้อใช้ได้ปันผลคืน ที่เวปนี้
http://bossclick.com/?id=11
นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดของคุณ
คนตกงานกว่า 3.6 ล้านคน
ปีหน้าคาดว่าจะมีอีก 1 ล้านคน
ยังไม่รวมนักศึกษาที่จบใหม่
ที่ต้องหางานอีก 7 แสนคน
ปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่มีแนวโน้มจะดีขึ้น
http://bossclick.com/?id=11
นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดของคุณ
คนตกงานกว่า 3.6 ล้านคน
ปีหน้าคาดว่าจะมีอีก 1 ล้านคน
ยังไม่รวมนักศึกษาที่จบใหม่
ที่ต้องหางานอีก 7 แสนคน
ปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่มีแนวโน้มจะดีขึ้น
วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2552
ย่อหนังสือน่าอ่าน 6/52
รางวัลป๋วย อึ๊งภากรณ์ สำหรับนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีผลงานดีเด่น ประจำปี 2552
ชื่อเรื่อง : รางวัลป๋วย อึ๊งภากรณ์ สำหรับนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีผลงานดีเด่น ประจำปี 2552
ผู้แต่ง : สถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์
สำนักพิมพ์ : สถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์
ปีที่พิมพ์ : 2552
จำนวนหน้า : 181 หน้า
ราคา : -
เป็นรางวัลที่มอบให้แก่นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ซี่งมีอายุไม่เกิน 45 ปีที่สามารถผลิตผลงาน
วิชาการคุณภาพสูงได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถเป็นตัวอย่างที่สร้างแรงดลใจให้แก่นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่คนอื่น ๆ
ในการทำงานวิชาการ รางวัลนี้ริเริ่มจากดำริของ ดร.อัมมาร์ สยามวาลา และได้รับการตอบรับและความร่วมมือเป็น
อย่างดีจากสถาบันวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของประเทศไทย 7 สถาบัน การมอบรางงวัลมีขึ้นทุก 2 ปี และ
หากครั้งใดไม่มีผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม ก็จะไม่มีการมอบ ผู้ที่ได้รับรางวัลจึงเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมด้วยประการ
ทั้งปวงอย่างแท้จริง สำหรับนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีผลงานดีเด่น ในปี 2552 นี้ ผู้ได้รับรางวัลคือ ดร.กอบศักดิ์
ภูตระกูล นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ซึ่งมีความแม่นยำและความลุ่มลึกในทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ มีความรัดกุมในวิธีวิทยา
ตลอดจนมีความสามารถในการประยุกต์ใช้วิธีการทางเทคนิคในการทดสอบแนวคิดทางทฤษฎีต่าง ๆ ได้อย่าง
เหมาะสม ไม่ฟุ่มเฟือย และมีความโดดเด่นที่สามารถตีความข้อมูลเชิงประจักษ์ที่คุ้นเคยให้เกิดมุมมองใหม่ที่น่าสนใจ
และเข้าใจได้ง่าย
ศิลปกรรมพระประวัติและพระกรณียกิจ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ชื่อเรื่อง : ศิลปกรรมพระประวัติและพระกรณียกิจ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ผู้จัดทำ : สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม
สำนักพิมพ์ : กระทรวงวัฒนธรรม
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 205 หน้า
ราคา : -
คณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มีความเห็นให้จัดแสดงภาพเขียนที่เกี่ยวเนื่องด้วยพระประวัติ
และพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน พร้อมทั้งจัดพิมพ์เป็นหนังสือที่ระลึก โดยมอบหมายให้สำนักงานศิลปะ
วัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม สนองงานสร้างสรรค์ศิลปะเช่นที่ทรงโปรดเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา และ
เป็นการเผยแพร่พระเกียรติคุณที่ทรงบำเพ็ญประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองไว้อย่างเอนกอนันต์ให้ปรากฏแผ่ไพศาล
ทั้งนี้ได้กำหนดภาพ 84 ภาพ ตามพระชนมายุ โดยได้ศิลปินร่วมสมัยสาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรมจากทุกภูมิภาคทั่ว
ประเทศ จำนวน 84 คน ร่วมสร้างสรรค์งานศิลป์พระประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทั้งนี้ลำดับภาพประวัติและพระราชกรณียกิจตลอดพระชนม์ชีพ
ตามกาลเวลา
เครื่องประกอบพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ชื่อเรื่อง : เครื่องประกอบพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ผู้แต่ง : กรมศิลปากร
สำนักพิมพ์ : กรมศิลปากร
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 340 หน้า
ราคา : -
กล่าวถึงพระประวัติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส
ราชนครินทร์ และข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องประกอบพระอิสริยยศขณะที่ยังดำรงพระชนม์ชีพ หนังสือนี้จัดพิมพ์เพื่อ
ทูลเกล้าฯ ถวายสนองพระมหากรุณาธิคุณ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุ ท้องสนามหลวง
วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2551
อาเซียนกับข้อตกลงการค้าเสรี
ชื่อเรื่อง : อาเซียนกับข้อตกลงการค้าเสรี
ผู้แต่ง : สมคิด พุทธศรี
สำนักพิมพ์ : กรุงเทพฯ
ปีที่พิมพ์ : 255
จำนวนหน้า : 134 หน้า
ราคา : -
กระบวนการเปิดเสรีทางการค้าเป็นเรื่องที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในเวทีของความสัมพันธ์ระหว่าง
ประเทศ อาเซียนบนเส้นทางข้อตกลงการค้าเสรีประกอบด้วยสมาชิกที่หลากหลาย อาเซียนจึงต้องอยู่ในฐานะที่
ต้องรักษาผลประโยชน์ร่วมของทุกๆภาคีในการดำเนินนโยบายระหว่างประเทศใดๆ รวมถึงนโยบายการค้า เนื้อหา
ในเล่มนี้แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกอธิบายภาพรวมของแนวดำเนินนโยบายของข้อตกลงการค้าเสรีของอาเซียน
รวมถึงให้ข้อมูลในชั้นต้นสำหรับข้อตกลงการค้าเสรีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาเซียน ส่วนที่สอง มุ่งพิจารณาข้อตกลง
การค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับจีน และข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับอียูเป็นการเฉพาะ ข้อตกลงทั้งสองมี
ข้อแตกต่างกันทั้งในแง่ของ ความเป็นมา เหตุผลในการเจรจา แนวทางการเจรจา ประเด็นการเจรจา ความคืบหน้าใน
การเจรจา อุปสรรคในการเจรจา ตลอดจนกระทั่งผลได้ผลเสียจากการทำข้อตกลง ครอบคลุมประเด็นสำคัญที่ต้อง
มีการติดตามสานต่อเมื่อการเจรจาข้อตกลงทั้งสองลุล่วง ต่อไป
พลังบำบัด : ร่างกายคุณรักษาตนเองได้
ชื่อเรื่อง :พลังบำบัด : ร่างกายคุณรักษาตนเองได้
ผู้แต่ง : แอนดรูว์ ไวล์, ผู้เขียน ; อัปสร มีสิงห์, ผู้แปล
สำนักพิมพ์ : อมรินทร์สุขภาพ
ปีที่พิมพ์ : 2552 (พิมพ์ครั้งที่ 4 ฉบับปรับปรุง)
จำนวนหน้า : 391 หน้า
ราคา : 245 บาท
นายแพทย์แอนดรูว์ ไวล์ สำเร็จการศึกษาระดับแพทยศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์
แห่งฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นแพทย์แนวหน้าผู้บุกเบิกแนวคิดเกี่ยวกับสุขภาพและความเจ็บไข้ได้ป่วยด้วย
การแพทย์ผสมผสาน โดยรวมเอาจุดเด่นต่าง ๆ ของแพทย์แผนปัจจุบันและข้อดีของการแพทย์ทางเลือกสาขาต่างๆ
เข้าด้วยกัน เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้กล่าวถึงพลังแห่งการบำบัดสุขภาพอัตโนมัติ ซึ่งทำงานตลอดเวลา เพื่อให้เรามี
สุขภาพแข็งแรง ดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งหมอ พึ่งยา ผู้แต่งบอกให้รู้เท่าทันสุขภาวะและทุกขภาวะทั้งหลายที่
เกิดขึ้นในร่างกาย และรู้ว่าควรดูแลส่งเสริมระบบบำบัดสุขภาพอัตโนมัติในร่างกายและจิตใจอย่างไร เพื่อให้พลังนั้น
ทำงานได้สูงสุดส่งผลให้มีสุขภาพดีเสมอ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม 8 สัปดาห์เพื่อพลังบำบัดสูงสุด ซึ่งถ้าปฏิบัติ
อย่างครบถ้วนจะส่งผลให้พลังบำบัดทำงานได้ดีที่สุด
ชื่อเรื่อง : รางวัลป๋วย อึ๊งภากรณ์ สำหรับนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีผลงานดีเด่น ประจำปี 2552
ผู้แต่ง : สถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์
สำนักพิมพ์ : สถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์
ปีที่พิมพ์ : 2552
จำนวนหน้า : 181 หน้า
ราคา : -
เป็นรางวัลที่มอบให้แก่นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ซี่งมีอายุไม่เกิน 45 ปีที่สามารถผลิตผลงาน
วิชาการคุณภาพสูงได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถเป็นตัวอย่างที่สร้างแรงดลใจให้แก่นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่คนอื่น ๆ
ในการทำงานวิชาการ รางวัลนี้ริเริ่มจากดำริของ ดร.อัมมาร์ สยามวาลา และได้รับการตอบรับและความร่วมมือเป็น
อย่างดีจากสถาบันวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของประเทศไทย 7 สถาบัน การมอบรางงวัลมีขึ้นทุก 2 ปี และ
หากครั้งใดไม่มีผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม ก็จะไม่มีการมอบ ผู้ที่ได้รับรางวัลจึงเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมด้วยประการ
ทั้งปวงอย่างแท้จริง สำหรับนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีผลงานดีเด่น ในปี 2552 นี้ ผู้ได้รับรางวัลคือ ดร.กอบศักดิ์
ภูตระกูล นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ซึ่งมีความแม่นยำและความลุ่มลึกในทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ มีความรัดกุมในวิธีวิทยา
ตลอดจนมีความสามารถในการประยุกต์ใช้วิธีการทางเทคนิคในการทดสอบแนวคิดทางทฤษฎีต่าง ๆ ได้อย่าง
เหมาะสม ไม่ฟุ่มเฟือย และมีความโดดเด่นที่สามารถตีความข้อมูลเชิงประจักษ์ที่คุ้นเคยให้เกิดมุมมองใหม่ที่น่าสนใจ
และเข้าใจได้ง่าย
ศิลปกรรมพระประวัติและพระกรณียกิจ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ชื่อเรื่อง : ศิลปกรรมพระประวัติและพระกรณียกิจ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ผู้จัดทำ : สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม
สำนักพิมพ์ : กระทรวงวัฒนธรรม
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 205 หน้า
ราคา : -
คณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มีความเห็นให้จัดแสดงภาพเขียนที่เกี่ยวเนื่องด้วยพระประวัติ
และพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน พร้อมทั้งจัดพิมพ์เป็นหนังสือที่ระลึก โดยมอบหมายให้สำนักงานศิลปะ
วัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม สนองงานสร้างสรรค์ศิลปะเช่นที่ทรงโปรดเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา และ
เป็นการเผยแพร่พระเกียรติคุณที่ทรงบำเพ็ญประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองไว้อย่างเอนกอนันต์ให้ปรากฏแผ่ไพศาล
ทั้งนี้ได้กำหนดภาพ 84 ภาพ ตามพระชนมายุ โดยได้ศิลปินร่วมสมัยสาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรมจากทุกภูมิภาคทั่ว
ประเทศ จำนวน 84 คน ร่วมสร้างสรรค์งานศิลป์พระประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทั้งนี้ลำดับภาพประวัติและพระราชกรณียกิจตลอดพระชนม์ชีพ
ตามกาลเวลา
เครื่องประกอบพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ชื่อเรื่อง : เครื่องประกอบพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ผู้แต่ง : กรมศิลปากร
สำนักพิมพ์ : กรมศิลปากร
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 340 หน้า
ราคา : -
กล่าวถึงพระประวัติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส
ราชนครินทร์ และข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องประกอบพระอิสริยยศขณะที่ยังดำรงพระชนม์ชีพ หนังสือนี้จัดพิมพ์เพื่อ
ทูลเกล้าฯ ถวายสนองพระมหากรุณาธิคุณ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุ ท้องสนามหลวง
วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2551
อาเซียนกับข้อตกลงการค้าเสรี
ชื่อเรื่อง : อาเซียนกับข้อตกลงการค้าเสรี
ผู้แต่ง : สมคิด พุทธศรี
สำนักพิมพ์ : กรุงเทพฯ
ปีที่พิมพ์ : 255
จำนวนหน้า : 134 หน้า
ราคา : -
กระบวนการเปิดเสรีทางการค้าเป็นเรื่องที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในเวทีของความสัมพันธ์ระหว่าง
ประเทศ อาเซียนบนเส้นทางข้อตกลงการค้าเสรีประกอบด้วยสมาชิกที่หลากหลาย อาเซียนจึงต้องอยู่ในฐานะที่
ต้องรักษาผลประโยชน์ร่วมของทุกๆภาคีในการดำเนินนโยบายระหว่างประเทศใดๆ รวมถึงนโยบายการค้า เนื้อหา
ในเล่มนี้แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกอธิบายภาพรวมของแนวดำเนินนโยบายของข้อตกลงการค้าเสรีของอาเซียน
รวมถึงให้ข้อมูลในชั้นต้นสำหรับข้อตกลงการค้าเสรีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาเซียน ส่วนที่สอง มุ่งพิจารณาข้อตกลง
การค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับจีน และข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับอียูเป็นการเฉพาะ ข้อตกลงทั้งสองมี
ข้อแตกต่างกันทั้งในแง่ของ ความเป็นมา เหตุผลในการเจรจา แนวทางการเจรจา ประเด็นการเจรจา ความคืบหน้าใน
การเจรจา อุปสรรคในการเจรจา ตลอดจนกระทั่งผลได้ผลเสียจากการทำข้อตกลง ครอบคลุมประเด็นสำคัญที่ต้อง
มีการติดตามสานต่อเมื่อการเจรจาข้อตกลงทั้งสองลุล่วง ต่อไป
พลังบำบัด : ร่างกายคุณรักษาตนเองได้
ชื่อเรื่อง :พลังบำบัด : ร่างกายคุณรักษาตนเองได้
ผู้แต่ง : แอนดรูว์ ไวล์, ผู้เขียน ; อัปสร มีสิงห์, ผู้แปล
สำนักพิมพ์ : อมรินทร์สุขภาพ
ปีที่พิมพ์ : 2552 (พิมพ์ครั้งที่ 4 ฉบับปรับปรุง)
จำนวนหน้า : 391 หน้า
ราคา : 245 บาท
นายแพทย์แอนดรูว์ ไวล์ สำเร็จการศึกษาระดับแพทยศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์
แห่งฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นแพทย์แนวหน้าผู้บุกเบิกแนวคิดเกี่ยวกับสุขภาพและความเจ็บไข้ได้ป่วยด้วย
การแพทย์ผสมผสาน โดยรวมเอาจุดเด่นต่าง ๆ ของแพทย์แผนปัจจุบันและข้อดีของการแพทย์ทางเลือกสาขาต่างๆ
เข้าด้วยกัน เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้กล่าวถึงพลังแห่งการบำบัดสุขภาพอัตโนมัติ ซึ่งทำงานตลอดเวลา เพื่อให้เรามี
สุขภาพแข็งแรง ดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งหมอ พึ่งยา ผู้แต่งบอกให้รู้เท่าทันสุขภาวะและทุกขภาวะทั้งหลายที่
เกิดขึ้นในร่างกาย และรู้ว่าควรดูแลส่งเสริมระบบบำบัดสุขภาพอัตโนมัติในร่างกายและจิตใจอย่างไร เพื่อให้พลังนั้น
ทำงานได้สูงสุดส่งผลให้มีสุขภาพดีเสมอ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม 8 สัปดาห์เพื่อพลังบำบัดสูงสุด ซึ่งถ้าปฏิบัติ
อย่างครบถ้วนจะส่งผลให้พลังบำบัดทำงานได้ดีที่สุด
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)