การคิดเชิงสังเคราะห์ (Synthesis – Type Thinking)
สรุปจากหนังสือของ ศ. ดร.เกรียงศักดิ์ เจริญวงศ์ศักดิ์
ความหมายของการสังเคราะห์
การสังเคราะห์ (Synthesis) หมายถึง การผสมผสานรวมกันอย่างกลมกลืนของส่วนประกอบต่าง ๆ จนกลายเป็นสิ่งใหม่ที่มีเอกลักษณ์ และคุณสมบัติเฉพาะ มี 2 ลักษณะ คือ
1. เป็นสิ่งใหม่ที่เกิดจากการ "หลอมรวม" ส่วนประกอบย่อยต่างๆ จนไม่สามารถมองเห็นส่วนประกอบต่างๆ เหล่านั้น
2. เป็นสิ่งใหม่ที่เกิดจากการ "ถักทอ" องค์ประกอบย่อยต่างๆ เข้าด้วยกัน กลายเป็นสิ่งใหม่ที่มีคุณสมบัติเฉพาะ ซึ่งอาจยังมองเห็นองค์ประกอบย่อยอยู่
ความหมายของการคิดเชิงสังเคราะห์
การคิดเชิงสังเคราะห์ หมายถึง ความสามารถในการคิดที่ดึงองค์ประกอบต่างๆ มาหลอมรวม หรือถักทอภายใต้โครงร่างใหม่อย่างเหมาะสม ตรงตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
• เป็นมิติการคิดที่ต้องออกแรงทั้งในด้านการค้นคว้ารวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่จะคิด
ซึ่งอาจจะมีจำนวนมากและกระจัดกระจายอยู่ตามที่ต่างๆ ทั่วไป
• เมื่อได้ข้อมูลเหล่านั้นมาแล้วจะต้องออกแรงดึงแนวคิดจากส่วนประกอบเหล่านั้น คัดเฉพาะส่วนที่เกี่ยวโยงกับเรื่องที่คิด
• นำมาหลอมรวมแนวคิดเหล่านั้นหรือถักทอความคิดต่างๆ ให้อยู่ภายใต้ตัวแบบโครงร่างเดียวกันซึ่งได้กำหนดขึ้น เพื่อตอบสนองวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
การคิดเชิงสังเคราะห์จะเกิดขึ้นเมื่อ
• เราจำเป็นต้องหาทางเลือกใหม่
• เราต้องการทำสิ่งใหม่
• เราต้องการหาข้อสรุปที่กระจัดกระจายเกี่ยวกับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง
การคิดเชิงสังเคราะห์ จัดประเภทได้เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่
1. การคิดสังเคราะห์เชิงวิพากษ์ เป็นการวิพากษ์เรื่องราวต่างๆ หรือประเด็นต่างๆ เพื่อให้ได้ข้อสรุปบางประการที่เหมาะสม สามารถนำมาใช้ในสิ่งที่เราต้องการต่อไป และตอบวัตถุประสงค์ที่เราตั้งไว้
2. การคิดสังเคราะห์เชิงสร้างสรรค์ เป็นการนำแนวความคิดต่างๆ หรือประเด็นต่างๆ ที่ได้รับมาจัดรูปความสัมพันธ์เชื่อมโยงอย่างสมเหตุสมผล กลายเป็นสิ่งใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนสามารถนำมาใช้งานบางอย่างตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้
ประโยชน์ของการคิดเชิงสังเคราะห์
• ช่วยให้เราสามารถจัดระบบระเบียบข้อมูลที่กระจัดกระจายในความคิดของเราได้อย่างเหมาะสม ความคิดของเราจะมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ไม่คลุมเครือ และนำมาใช้ในชีวิตจริงได้
• เกิดความรอบคอบในแนวทางปฏิบัติ เนื่องจากผ่านการคิดสังเคราะห์ที่มีข้อมูลอย่างครบถ้วนรอบด้าน โอกาสเกิดข้อผิดพลาดน้อย สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่มีประโยชน์ต่อสังคมและตัวเราได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด
• ช่วยหาทางออกของปัญหาโดยไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ ทำให้เราไม่ต้องคิดสิ่งต่างๆ ราวกับว่าสิ่งนั้นไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่สามารถนำสิ่งที่คนอื่นคิดหรือได้ปฏิบัติมาแล้ว มาใช้ประโยชน์ได้ โดยดูจากเรื่องเดียวกันในหลายๆ ที่ หลายๆ แห่ง ทั้งที่เกี่ยวข้องโดยตรงและโดยอ้อม เอามาผสมผสานกันเป็นทางออกของปัญหา
• ประหยัดเวลาการคิด และทำให้เราต่อยอดและสร้างแนวคิดที่เป็นของตนเองขึ้นมาได้ง่ายขึ้น
• ช่วยให้มีความเข้าใจที่คมชัด และครบถ้วนเกี่ยวกับเรื่องต่างๆ เมื่อเราต้องการหาทางออกให้กับเรื่องใดเรื่องหนึ่ง หรือต้องการเปลี่ยนแปลงบางสิ่งบางอย่าง และสามารถปรับใช้อย่างสร้างสรรค์ในสถานการณ์จริงได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น
• ช่วยขยายขอบเขตความสามารถของสมอง สมองยังไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะสะสมข้อมูล จัดระเบียบข้อมูลที่มีอยู่มากมายและกลั่นกรองออกมาเป็นเรื่องเดียวกันได้ ข้อมูลที่สังเคราะห์จะเป็นประโยชน์ในการคิดต่อยอดความรู้ ซึ่งนำไปสู่การพัฒนาสิ่งใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ต่อประเทศชาติ
• ช่วยให้เกิดการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ในการคิดเพื่อแก้ปัญหา วิธีที่นิยมคือการระดมสมอง (Brainstorming) เพื่อให้เกิดผลผลิตทางความคิดใหม่ๆ ความคิดเหล่านั้นนอกจากจะมีความหลากหลายแล้ว ยังผสมผสานปนเปกันระหว่างความคิดเห็นที่ไปทางเดียวกัน กับความคิดเห็นที่ขัดแย้งกัน การจะนำความคิดเหล่านี้มาใช้ประโยชน์และไม่ทิ้งให้สูญเปล่า อาจจะใช้วิธีการสังเคราะห์ โดยการทดลองผสมผสานแนวคิดเหล่านี้ที่ใช้การได้ เพื่อให้เกิดแนวคิดใหม่ที่สามารถตอบวัตถุประสงค์การคิดของเราได้
คิดสังเคราะห์เพื่อสร้างสรรค์...สิ่งใหม่
การคิดเชิงสังเคราะห์ สามารถแบ่งรูปแบบการคิดได้เป็น 2 ลักษณะ ได้แก่
1. การคิดเชิงสังเคราะห์เพื่อการสร้าง "สิ่งใหม่" ซึ่งเป็นการประดิษฐ์สิ่งของ เครื่องใช้ และอุปกรณ์ต่างๆ ตามต้องการของเรา
2. การคิดเชิงสังเคราะห์เพื่อการสร้าง "แนวคิดใหม่" อันเป็นการพัฒนาและคิดค้นแนวความคิดใหม่ๆ ในประเด็นต่างๆ ตามที่ตั้งวัตถุประสงค์เอาไว้
คิดสังเคราะห์เพื่อสร้างสรรค์...แนวคิดใหม่ มีกระบวนการคิดที่สำคัญ 7 ขั้นตอน ดังนี้
1. การกำหนดวัตถุประสงค์หรือเป้าหมายของเรื่องที่ต้องการคิดเชิงสังเคราะห์ จะทำให้เราพบความสำเร็จไปแล้วเกินครึ่ง เนื่องจากเราจะทราบว่าหนทางที่ควรจะดำเนินต่อไปเป็นอย่างไร
2. การกำหนดขอบเขตของประเด็นที่เกี่ยวข้องเพื่อที่จะใช้เป็นกรอบในการค้นหาแหล่งข้อมูล
โดยอาจเริ่มต้นที่ความคิด ความรู้ ความจำ หรือประสบการณ์เดิมที่เราเคยมี หากเราจะเริ่มทำการสังเคราะห์ จะต้องมีประเด็นอะไรเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง การกำหนดขอบเขต เปรียบเสมือนการหล่อแบบพิมพ์ไว้ เพื่อเตรียมเทข้อมูลต่างๆ ที่ผสมผสานกันแล้วลงในแบบพิมพ์ จนได้รูปลักษณ์และคุณภาพตามที่เราต้องการ
3. การกำหนดลักษณะของสิ่งที่จะนำมาสังเคราะห์ การจะเป็นผู้คิดเชิงสังเคราะห์ได้ดี จำเป็นต้องมีแหล่งข้อมูลที่ดี และเป็นข้อมูลที่ได้รับการกลั่นกรองอย่างน่าเชื่อถือมาแล้วระดับหนึ่ง เป็นแหล่งข้อมูลที่มีความชำนาญ ทันสมัยที่สุดในขณะนั้นและกว้างไกล
4. การดึงเฉพาะแนวคิด (Concept) ที่เกี่ยวข้องมาใช้ โดยคัดสรรเฉพาะแก่นความคิดของข้อมูลที่ ตอบวัตถุประสงค์ของเรา โดยไม่สนใจรายละเอียดหรือประเด็นอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้อง ซึ่งวิธีการจัดแนวคิดนั้น ต้องระดมสมองและใช้ประโยชน์จากผู้เชี่ยวชาญให้ช่วยวิเคราะห์และนำเสนอประเด็นที่มาจากภูมิปัญญาของผู้เชี่ยวชาญแต่ละท่าน โดยที่ผู้เชี่ยวชาญจะแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผย มีความเป็นอิสระ ไม่มีการเผชิญหน้ากัน เพื่อป้องกันไม่ไห้ความคิดเห็นของผู้เชี่ยวชาญท่านหนึ่ง ส่งผลโน้มน้าวผู้เชี่ยวชาญอีกท่านหนึ่ง อันจะทำให้การวิเคราะห์ของผู้เชี่ยวชาญท่านนั้น อาจเอนเอียงไปจากความตั้งใจเดิมที่ควรจะเป็น
5. การจัดเรียงแนวคิดตามโครงที่ตั้งไว้ หรือสร้างแกนความคิดใหม่เพื่อตอบวัตถุประสงค์เมื่อนำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดมารวมกัน โดยแยกตามประเภทแล้ว จากนั้นนำมาจัดระเบียบข้อมูลของแต่ละ
ประเภท ให้มีประเด็นใหญ่ ประเด็นย่อย ตามลำดับความสำคัญอย่างเหมาะสม
6. ขั้นทดสอบโครงร่างใหม่ เพื่อพิจารณาว่าโครงร่างใหม่ที่สร้างขึ้นมีความเหมาะสมหรือไม่ ดีที่สุดแล้วหรือยัง มีสิ่งใดต้องปรับเปลี่ยน จากนั้นจึงนำมาปรับปรุงให้สมบูรณ์แบบต่อไป
7. การนำสิ่งที่สังเคราะห์ได้ไปใช้ประโยชน์ เมื่อเราได้ตัวแบบการสังเคราะห์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์แล้วนั้น ให้เรานำข้อมูลความคิดที่ได้จากการสังเคราะห์ไปใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการ
การพัฒนาทัศนคติและนิสัยนักคิดเชิงสังเคราะห์
ไม่พอใจสิ่งเดิม...ชอบถามหาสิ่งใหม่
ไม่นิ่งเฉย...ชอบสะสมข้อมูล
ไม่จับแพะชนแกะ...ชอบเชื่อมโยงเหตุและผล
ไม่แปลกแยก...ชอบผสมผสาน
ไม่คลุมเครือ...ชอบคมชัดในประเด็น
ไม่ลำเอียง...ชอบวางตนเป็นกลาง
ไม่ยุ่งเหยิง...ชอบระบบระเบียบ
ไม่ท้อถอย...ชอบมานะพากเพียร
ไม่คิดแยกส่วน...ชอบคิด 10 มิติ
วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552
วันจันทร์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2552
ย่อหนังสือน่าอ่าน 7/52
ชื่อเรื่อง : กะเทาะระบบบริหารผลการปฏิบัติงาน
ผู้แต่ง : ยุดา รักไทย
สำนักพิมพ์ : ครีเอทีฟ เวย์
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 176 หน้า
ราคา : 150 บาท
ผู้เขียนรวบรวมปัญหาต่าง ๆ ในการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance management)
ซึ่งเป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้พนักงานกับผู้บังคับบัญชาโดยตรงได้มีการสื่อสารและทำความเข้าใจกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับหน้าที่สำคัญที่จะต้องทำ บทบาทที่มีต่อความสำเร็จขององค์กร มาตรฐานและการวัดผลการปฏิบัติงานการแก้ปัญหาในการปฏิบัติงาน และแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาการปฏิบัติงานของพนักงาน อันจะนำไปสู่การปรับผลการดำเนินงานขององค์กร แต่หลายองค์กรนำเอาระบบนี้มาใช้แล้วกลับไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว อีกทั้งพนักงานมองว่าเป็นเรื่องเสียเวลา และไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ซึ่งผู้เขียนชี้ให้เห็นว่า ปัญหาหรืออุปสรรคที่ทำให้
ระบบนี้ขาดประสิทธิผลมีมากมาย ปัญหาหรืออุปสรรคบางอย่างที่อาจดูเป็นเรื่องหยุมหยิมในสายตาของผู้บริหาร แต่เป็นเรื่องที่พนักงานให้ความสำคัญและมีผลต่อความสำเร็จในการนำเอาระบบนี้มาใช้อย่างมาก นอกจากนี้ ผู้เขียนยังให้ข้อแนะนำในการรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ไว้ด้วย
ชื่อเรื่อง : สถิติธุรกิจ Business statistics
ผู้แต่ง : สรชัย พิศาลบุตร
สำนักพิมพ์ : วิทยพัฒน์
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 368 หน้า
ราคา : 190 บาท
ตำรา สถิติธุรกิจ Business statistics เหมาะสำหรับนักศึกษา ตลอดจนผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจ
ทั่วไปที่สนใจนำสถิติไปประยุกต์ทางธุรกิจเพื่อวิเคราะห์และวางแผนทางธุรกิจ เนื้อหาในแต่ละบทอธิบายด้วยภาษาที่กระชับ เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างการประยุกต์ทางธุรกิจในด้านต่างๆ เช่น สถิติกับการประยุกต์ทางธุรกิจ การเก็บรวบรวมและการนำเสนอข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น ตัวแปรสุ่มและการแจกแจงความน่าจะเป็น ประชากรและการสุ่มตัวอย่าง การประมาณค่า การทดสอบสมมุติฐานเชิงสถิติ การวิเคราะห์ความแปรปรวน การทดสอบไคสแควร์ การทดสอบสมมุติฐานที่ใช้พารามิเตอร์ การวิเคราะห์สหสัมพันธ์และการถดถอย การวิเคราะห์อนุกรมเวลา เลขดัชนีและการพยากรณ์และการตัดสินใจทางธุรกิจ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างกรณีศึกษาที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ
การประกอบธุรกิจจริงและเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในการวางแผนทั้งด้านการลงทุน การผลิต การตลาด การเงิน และการบริหารจัดการ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมตามหลักวิชา
ชื่อเรื่อง : ชัยชนะเหนือทะเลแดงเดือด = Triumph over the red ocean
ผู้แต่ง : ฤชุดา บุญเปลี่ยน, ธนาทิพ ฉัตรภูติ, ผู้เรียบเรียง
สำนักพิมพ์ : แอล.ที.เพรส
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 216 หน้า
ราคา : 190 บาท
ทะเลแดงเดือด หมายถึง ธุรกิจในปัจจุบันที่แข่งขันกันจนกระทั่งนองเลือด การได้ชัยชนะเหนือ
ทะเลแดงเดือดนั้นต้องใช้กลยุทธ์อย่างไร หนังสือประมวลกรณีศึกษาสืบเนื่องจากวันนักการตลาดประจำปี 2550 ของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ภายใต้หัวข้อผ่ากลยุทธ์เหนือทะเลแดงเดือด ซึ่งได้จัดให้มีการมอบรางวัล MAT Awards แก่สินค้าหรือบริการที่มีกลยุทธ์การตลาดที่โดดเด่นจนประสบความสำเร็จทางธุรกิจ โดยผู้ได้รับรางวัลสุดยอดแคมเปญการตลาดประจำปี พ.ศ.2550 ชนะเลิศ 2 บริษัทคือ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และบริษัทเอเชียประกันภัย 1950 จำกัด และผู้ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 คือ บริษัท ทรูวิชั่น จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ยังมีกรณีศึกษาขององค์กรที่มีกลยุทธ์การตลาดที่โดดเด่นท่ามกลางทะเลแดงเดือดเพิ่มเติมอีก เพื่อให้ผู้อ่านได้ศึกษาว่าแต่ละองค์กรมีการวางหมากธุรกิจอย่างไรให้ประสบผลสำเร็จ
ชื่อเรื่อง : รหัสลับความรวย
ผู้แต่ง : ริชาร์ด เทมพลาร์
สำนักพิมพ์ : ดีไลท์พับลิชชิ่ง
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 211 หน้า
ราคา : 185 บาท
คนเราทุกคนมีความปรารถนาที่จะไขวคว้าหาความร่ำรวย เพื่อยกระดับฐานะและความเป็นอยู่ของ
ชีวิตให้ดีขึ้น บ่อยครั้งที่เราได้พบเห็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จแล้วเก็บมาชื่นชมระคนสงสัยว่า พวกเขาเหล่านั้นไปถึงฝั่งฝันได้อย่างไร แล้วเราจะทำอย่างไรจึงจะเจริญรอยตามบุคคลเหล่านั้นได้ หนังสือ "รหัสลับความรวย" จะเปิดเผย "สูตรลับ" ในการสร้างความร่ำรวยและมั่งคั่ง ด้วยวิธีการจัดการทางการเงินอย่างชาญฉลาดและยึดมั่นในจริยธรรมอันดีงาม ที่ส่งผลให้สถานะทางการเงินดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ชื่อเรื่อง : เป็นหนี้จะแก้ไขชีวิตอย่างไร
ผู้แต่ง : ปิติชัย พงษ์วานิชอนันต์, อิฐบูรณ์ อ้นวงษา, กรรณิการ์ กิตติเวชกุล
สำนักพิมพ์ : มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ปีที่พิมพ์ : 2549
จำนวนหน้า : 120 หน้า
ราคา : 175 บาท
หนังสือเล่มนี้ ได้บอกถึงแนวทางในการแก้ไขและจัดการปัญหาหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้ใน
ระบบหรือหนี้นอกระบบ โดยได้รวบรวมประสบการณ์ และบทเรียนจากบรรดาลูกหนี้ วิธีการรับมือพวกทวงหนี้จอมโหด เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับกฎหมายการบังคับคดีหนี้สิน ดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรมกับการต่อสู้ของผู้บริโภค การหยุดจ่ายหนี้อย่างไรไม่ให้เสียเครดิต และรู้ให้ทันกลโกงและมาตราการปราบเจ้าหนี้นอกระบบ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อบรรดาลูกหนี้ พร้อมทั้งกล่าวถึงหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ รายชื่อธุรกิจสินเชื่อบุคคลที่ไม่ใช่สถาบันการเงินและข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ชื่อเรื่อง : 9 สวนสวย 9 นักจัดสวน
ผู้แต่ง : มนูญ ทองนพรัตน์
สำนักพิมพ์ : บ้านและสวน
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 160 หน้า
ราคา : 435 บาท
“9 สวนสวย 9 นักจัดสวน” เป็นการรวบรวมผลงานเด่นของ 9 นักจัดสวนชั้นนำของเมืองไทยส่วนประกอบของเนื้อหาภายในเล่มนำเสนอเรื่องราวของสวนผ่านมุมมองความคิดของนักจัดสวนเป็นส่วนใหญ่ รวมไปถึงประวัติสั้นๆ ของนักจัดสวนแต่ละคน ทัศนะที่มีต่อสวนที่ดีและนักจัดสวนที่ดี รวมถึง 3 พรรณไม้โปรดที่นักจัดสวนแต่ละคน ซึ่งภาพสวนและเรื่องราวทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ จะเป็นได้ทั้งพื้นฐานความคิดหรือช่วยต่อยอดไอเดียให้กับผู้ที่กำลังอยากสร้างสรรค์สวยสวยของตัวเองได้ด้วย
ผู้แต่ง : ยุดา รักไทย
สำนักพิมพ์ : ครีเอทีฟ เวย์
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 176 หน้า
ราคา : 150 บาท
ผู้เขียนรวบรวมปัญหาต่าง ๆ ในการบริหารผลการปฏิบัติงาน (Performance management)
ซึ่งเป็นระบบที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้พนักงานกับผู้บังคับบัญชาโดยตรงได้มีการสื่อสารและทำความเข้าใจกันอย่างชัดเจนเกี่ยวกับหน้าที่สำคัญที่จะต้องทำ บทบาทที่มีต่อความสำเร็จขององค์กร มาตรฐานและการวัดผลการปฏิบัติงานการแก้ปัญหาในการปฏิบัติงาน และแนวทางในการปรับปรุงพัฒนาการปฏิบัติงานของพนักงาน อันจะนำไปสู่การปรับผลการดำเนินงานขององค์กร แต่หลายองค์กรนำเอาระบบนี้มาใช้แล้วกลับไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ดังกล่าว อีกทั้งพนักงานมองว่าเป็นเรื่องเสียเวลา และไม่ค่อยให้ความร่วมมือ ซึ่งผู้เขียนชี้ให้เห็นว่า ปัญหาหรืออุปสรรคที่ทำให้
ระบบนี้ขาดประสิทธิผลมีมากมาย ปัญหาหรืออุปสรรคบางอย่างที่อาจดูเป็นเรื่องหยุมหยิมในสายตาของผู้บริหาร แต่เป็นเรื่องที่พนักงานให้ความสำคัญและมีผลต่อความสำเร็จในการนำเอาระบบนี้มาใช้อย่างมาก นอกจากนี้ ผู้เขียนยังให้ข้อแนะนำในการรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ไว้ด้วย
ชื่อเรื่อง : สถิติธุรกิจ Business statistics
ผู้แต่ง : สรชัย พิศาลบุตร
สำนักพิมพ์ : วิทยพัฒน์
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 368 หน้า
ราคา : 190 บาท
ตำรา สถิติธุรกิจ Business statistics เหมาะสำหรับนักศึกษา ตลอดจนผู้ที่อยู่ในแวดวงธุรกิจ
ทั่วไปที่สนใจนำสถิติไปประยุกต์ทางธุรกิจเพื่อวิเคราะห์และวางแผนทางธุรกิจ เนื้อหาในแต่ละบทอธิบายด้วยภาษาที่กระชับ เข้าใจง่าย พร้อมตัวอย่างการประยุกต์ทางธุรกิจในด้านต่างๆ เช่น สถิติกับการประยุกต์ทางธุรกิจ การเก็บรวบรวมและการนำเสนอข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูลเบื้องต้น ตัวแปรสุ่มและการแจกแจงความน่าจะเป็น ประชากรและการสุ่มตัวอย่าง การประมาณค่า การทดสอบสมมุติฐานเชิงสถิติ การวิเคราะห์ความแปรปรวน การทดสอบไคสแควร์ การทดสอบสมมุติฐานที่ใช้พารามิเตอร์ การวิเคราะห์สหสัมพันธ์และการถดถอย การวิเคราะห์อนุกรมเวลา เลขดัชนีและการพยากรณ์และการตัดสินใจทางธุรกิจ ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีตัวอย่างกรณีศึกษาที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับ
การประกอบธุรกิจจริงและเป็นประโยชน์ต่อการตัดสินใจในการวางแผนทั้งด้านการลงทุน การผลิต การตลาด การเงิน และการบริหารจัดการ ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมตามหลักวิชา
ชื่อเรื่อง : ชัยชนะเหนือทะเลแดงเดือด = Triumph over the red ocean
ผู้แต่ง : ฤชุดา บุญเปลี่ยน, ธนาทิพ ฉัตรภูติ, ผู้เรียบเรียง
สำนักพิมพ์ : แอล.ที.เพรส
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 216 หน้า
ราคา : 190 บาท
ทะเลแดงเดือด หมายถึง ธุรกิจในปัจจุบันที่แข่งขันกันจนกระทั่งนองเลือด การได้ชัยชนะเหนือ
ทะเลแดงเดือดนั้นต้องใช้กลยุทธ์อย่างไร หนังสือประมวลกรณีศึกษาสืบเนื่องจากวันนักการตลาดประจำปี 2550 ของสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ภายใต้หัวข้อผ่ากลยุทธ์เหนือทะเลแดงเดือด ซึ่งได้จัดให้มีการมอบรางวัล MAT Awards แก่สินค้าหรือบริการที่มีกลยุทธ์การตลาดที่โดดเด่นจนประสบความสำเร็จทางธุรกิจ โดยผู้ได้รับรางวัลสุดยอดแคมเปญการตลาดประจำปี พ.ศ.2550 ชนะเลิศ 2 บริษัทคือ บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด และบริษัทเอเชียประกันภัย 1950 จำกัด และผู้ได้รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 คือ บริษัท ทรูวิชั่น จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ยังมีกรณีศึกษาขององค์กรที่มีกลยุทธ์การตลาดที่โดดเด่นท่ามกลางทะเลแดงเดือดเพิ่มเติมอีก เพื่อให้ผู้อ่านได้ศึกษาว่าแต่ละองค์กรมีการวางหมากธุรกิจอย่างไรให้ประสบผลสำเร็จ
ชื่อเรื่อง : รหัสลับความรวย
ผู้แต่ง : ริชาร์ด เทมพลาร์
สำนักพิมพ์ : ดีไลท์พับลิชชิ่ง
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 211 หน้า
ราคา : 185 บาท
คนเราทุกคนมีความปรารถนาที่จะไขวคว้าหาความร่ำรวย เพื่อยกระดับฐานะและความเป็นอยู่ของ
ชีวิตให้ดีขึ้น บ่อยครั้งที่เราได้พบเห็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จแล้วเก็บมาชื่นชมระคนสงสัยว่า พวกเขาเหล่านั้นไปถึงฝั่งฝันได้อย่างไร แล้วเราจะทำอย่างไรจึงจะเจริญรอยตามบุคคลเหล่านั้นได้ หนังสือ "รหัสลับความรวย" จะเปิดเผย "สูตรลับ" ในการสร้างความร่ำรวยและมั่งคั่ง ด้วยวิธีการจัดการทางการเงินอย่างชาญฉลาดและยึดมั่นในจริยธรรมอันดีงาม ที่ส่งผลให้สถานะทางการเงินดำเนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ
ชื่อเรื่อง : เป็นหนี้จะแก้ไขชีวิตอย่างไร
ผู้แต่ง : ปิติชัย พงษ์วานิชอนันต์, อิฐบูรณ์ อ้นวงษา, กรรณิการ์ กิตติเวชกุล
สำนักพิมพ์ : มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ปีที่พิมพ์ : 2549
จำนวนหน้า : 120 หน้า
ราคา : 175 บาท
หนังสือเล่มนี้ ได้บอกถึงแนวทางในการแก้ไขและจัดการปัญหาหนี้สิน ไม่ว่าจะเป็นปัญหาหนี้ใน
ระบบหรือหนี้นอกระบบ โดยได้รวบรวมประสบการณ์ และบทเรียนจากบรรดาลูกหนี้ วิธีการรับมือพวกทวงหนี้จอมโหด เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับกฎหมายการบังคับคดีหนี้สิน ดอกเบี้ยที่ไม่เป็นธรรมกับการต่อสู้ของผู้บริโภค การหยุดจ่ายหนี้อย่างไรไม่ให้เสียเครดิต และรู้ให้ทันกลโกงและมาตราการปราบเจ้าหนี้นอกระบบ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นประโยชน์ต่อบรรดาลูกหนี้ พร้อมทั้งกล่าวถึงหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือลูกหนี้ รายชื่อธุรกิจสินเชื่อบุคคลที่ไม่ใช่สถาบันการเงินและข้อมูลเกี่ยวกับมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค
ชื่อเรื่อง : 9 สวนสวย 9 นักจัดสวน
ผู้แต่ง : มนูญ ทองนพรัตน์
สำนักพิมพ์ : บ้านและสวน
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 160 หน้า
ราคา : 435 บาท
“9 สวนสวย 9 นักจัดสวน” เป็นการรวบรวมผลงานเด่นของ 9 นักจัดสวนชั้นนำของเมืองไทยส่วนประกอบของเนื้อหาภายในเล่มนำเสนอเรื่องราวของสวนผ่านมุมมองความคิดของนักจัดสวนเป็นส่วนใหญ่ รวมไปถึงประวัติสั้นๆ ของนักจัดสวนแต่ละคน ทัศนะที่มีต่อสวนที่ดีและนักจัดสวนที่ดี รวมถึง 3 พรรณไม้โปรดที่นักจัดสวนแต่ละคน ซึ่งภาพสวนและเรื่องราวทั้งหมดในหนังสือเล่มนี้ จะเป็นได้ทั้งพื้นฐานความคิดหรือช่วยต่อยอดไอเดียให้กับผู้ที่กำลังอยากสร้างสรรค์สวยสวยของตัวเองได้ด้วย
วันศุกร์ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2552
พยายามแยกอาการหมดสติว่าเกิดจากสาเหตุอะไร
พยายามแยกอาการหมดสติว่าเกิดจากสาเหตุอะไรก่อน
1.เนื่องจากศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรงจนทำให้กะโหลกแตก ผู้ป่วยอาจมีอาการชักกระตุก หน้าซีด ตัวเย็นถ้าจับชีพจรจะพบว่าเต้นแรงและช้าในระยะแรก ในระยะต่อมาจะเต้นเร็วขึ้นแต่เบาลง ผู่ป่วยจะหายใจลึก
2.อาการหมดสติเนื่องจากการสูญเสียโลหิตหรือน้ำออกจากร่างกายจำนวนมาก จะปรากฎอาการให้เห็นได้ว่า หน้าซีด ตัวเย็น เงื่อออกมาก ชีพจรเบามากหรืออาจคลำไม่ได้เลย
3.อาการหมดสติเนื่องมาจากสมองขาดออกซิเจน จะเห็นว่าผู้ป่วยหน้าซีดจนเขียว อาจเห็นบริเวณฝีปาก เล็บมือ เล็บเท้า
4.อาการหมดสติเนื่องมาจากได้รับสารพิษต่างๆ ผู้ป่วยจะมีอาการหน้าแดง บางกรณีก็ซีด ชีพจรเต้นแรง และลึก
5.อาการหมดสตเนื่องจากโรคเบาหวาน ผู้ป่วยจะมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติอาจถึง 100มก.หรือสูงกว่าอาการคือ หน้าแดงจัดผิวแห้ง
6.อาการหมดสติเนื่องมาจากลมบ้าหมู จะพบ่วาผู้ป่วยหน้าซีด บางรายอาจถึงเขียวคล้ำ ผิวซีด
7.อาการหมดสติเนื่องมาจากโรคหัวใจ เป็นเหตุให้หัวใจหยุดทำงานลงได้ ผู่ป่วยจะมรใบหน้าซีด ริมฝีปากแล้วเล็บมือเล็บเท้าเขียว อาการหมอสติเนื่องจ่ากได้รับความร้อนจัด จะมีอาการหน้าแดง ตัวร้อนหายใจจะมีเสียงดัง
8.อาการหมดสติเนื่องมาจากได้รับความเย็นจัดจะหน้าซีดออกคล้ำ ตัวเย็นชีพจรอาจเต้นเร็ว
9.อาการหมดสติเนื่องจากร่างกายได้รับความเย็นจัด
10.อาการหมดสติเนื่องจากอินซูลินเกินขนาดในร่างกาย
วิธีปฐมพยาบาล คือพยายามให้ผู้ป่วยหายใจสะดวก หากมีสิ่งใดขัดขวางทางเดินหายใจ ให้ผู้ป่วยนอนหน้าตะแคง เพื่อกันการสำลักอาเจียนซึ่งอาจจะไปอุดกั้นหลอดลมได้ คลายเสื้อผ้าให้หลวม เพื่อให้หายใจสะดวกขึ้น ให้ความอบอุ่นแก่ร่างหายผู้ป่วย และใส่ผ้ากันไว้ในปากป้ดงกันการกัดลิ้นเผื่อจะมีอาการชัก และนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยด่วนครับ
1.เนื่องจากศีรษะได้รับการกระทบกระเทือนอย่างแรงจนทำให้กะโหลกแตก ผู้ป่วยอาจมีอาการชักกระตุก หน้าซีด ตัวเย็นถ้าจับชีพจรจะพบว่าเต้นแรงและช้าในระยะแรก ในระยะต่อมาจะเต้นเร็วขึ้นแต่เบาลง ผู่ป่วยจะหายใจลึก
2.อาการหมดสติเนื่องจากการสูญเสียโลหิตหรือน้ำออกจากร่างกายจำนวนมาก จะปรากฎอาการให้เห็นได้ว่า หน้าซีด ตัวเย็น เงื่อออกมาก ชีพจรเบามากหรืออาจคลำไม่ได้เลย
3.อาการหมดสติเนื่องมาจากสมองขาดออกซิเจน จะเห็นว่าผู้ป่วยหน้าซีดจนเขียว อาจเห็นบริเวณฝีปาก เล็บมือ เล็บเท้า
4.อาการหมดสติเนื่องมาจากได้รับสารพิษต่างๆ ผู้ป่วยจะมีอาการหน้าแดง บางกรณีก็ซีด ชีพจรเต้นแรง และลึก
5.อาการหมดสตเนื่องจากโรคเบาหวาน ผู้ป่วยจะมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติอาจถึง 100มก.หรือสูงกว่าอาการคือ หน้าแดงจัดผิวแห้ง
6.อาการหมดสติเนื่องมาจากลมบ้าหมู จะพบ่วาผู้ป่วยหน้าซีด บางรายอาจถึงเขียวคล้ำ ผิวซีด
7.อาการหมดสติเนื่องมาจากโรคหัวใจ เป็นเหตุให้หัวใจหยุดทำงานลงได้ ผู่ป่วยจะมรใบหน้าซีด ริมฝีปากแล้วเล็บมือเล็บเท้าเขียว อาการหมอสติเนื่องจ่ากได้รับความร้อนจัด จะมีอาการหน้าแดง ตัวร้อนหายใจจะมีเสียงดัง
8.อาการหมดสติเนื่องมาจากได้รับความเย็นจัดจะหน้าซีดออกคล้ำ ตัวเย็นชีพจรอาจเต้นเร็ว
9.อาการหมดสติเนื่องจากร่างกายได้รับความเย็นจัด
10.อาการหมดสติเนื่องจากอินซูลินเกินขนาดในร่างกาย
วิธีปฐมพยาบาล คือพยายามให้ผู้ป่วยหายใจสะดวก หากมีสิ่งใดขัดขวางทางเดินหายใจ ให้ผู้ป่วยนอนหน้าตะแคง เพื่อกันการสำลักอาเจียนซึ่งอาจจะไปอุดกั้นหลอดลมได้ คลายเสื้อผ้าให้หลวม เพื่อให้หายใจสะดวกขึ้น ให้ความอบอุ่นแก่ร่างหายผู้ป่วย และใส่ผ้ากันไว้ในปากป้ดงกันการกัดลิ้นเผื่อจะมีอาการชัก และนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลโดยด่วนครับ
วันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ. 2552
ธุรกิจเครือข่ายที่น่าสนใจ
ซื้อกินซื้อใช้ได้ปันผลคืน ที่เวปนี้
http://bossclick.com/?id=11
นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดของคุณ
คนตกงานกว่า 3.6 ล้านคน
ปีหน้าคาดว่าจะมีอีก 1 ล้านคน
ยังไม่รวมนักศึกษาที่จบใหม่
ที่ต้องหางานอีก 7 แสนคน
ปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่มีแนวโน้มจะดีขึ้น
http://bossclick.com/?id=11
นี่คือโอกาสที่ดีที่สุดของคุณ
คนตกงานกว่า 3.6 ล้านคน
ปีหน้าคาดว่าจะมีอีก 1 ล้านคน
ยังไม่รวมนักศึกษาที่จบใหม่
ที่ต้องหางานอีก 7 แสนคน
ปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่มีแนวโน้มจะดีขึ้น
วันจันทร์ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2552
ย่อหนังสือน่าอ่าน 6/52
รางวัลป๋วย อึ๊งภากรณ์ สำหรับนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีผลงานดีเด่น ประจำปี 2552
ชื่อเรื่อง : รางวัลป๋วย อึ๊งภากรณ์ สำหรับนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีผลงานดีเด่น ประจำปี 2552
ผู้แต่ง : สถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์
สำนักพิมพ์ : สถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์
ปีที่พิมพ์ : 2552
จำนวนหน้า : 181 หน้า
ราคา : -
เป็นรางวัลที่มอบให้แก่นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ซี่งมีอายุไม่เกิน 45 ปีที่สามารถผลิตผลงาน
วิชาการคุณภาพสูงได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถเป็นตัวอย่างที่สร้างแรงดลใจให้แก่นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่คนอื่น ๆ
ในการทำงานวิชาการ รางวัลนี้ริเริ่มจากดำริของ ดร.อัมมาร์ สยามวาลา และได้รับการตอบรับและความร่วมมือเป็น
อย่างดีจากสถาบันวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของประเทศไทย 7 สถาบัน การมอบรางงวัลมีขึ้นทุก 2 ปี และ
หากครั้งใดไม่มีผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม ก็จะไม่มีการมอบ ผู้ที่ได้รับรางวัลจึงเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมด้วยประการ
ทั้งปวงอย่างแท้จริง สำหรับนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีผลงานดีเด่น ในปี 2552 นี้ ผู้ได้รับรางวัลคือ ดร.กอบศักดิ์
ภูตระกูล นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ซึ่งมีความแม่นยำและความลุ่มลึกในทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ มีความรัดกุมในวิธีวิทยา
ตลอดจนมีความสามารถในการประยุกต์ใช้วิธีการทางเทคนิคในการทดสอบแนวคิดทางทฤษฎีต่าง ๆ ได้อย่าง
เหมาะสม ไม่ฟุ่มเฟือย และมีความโดดเด่นที่สามารถตีความข้อมูลเชิงประจักษ์ที่คุ้นเคยให้เกิดมุมมองใหม่ที่น่าสนใจ
และเข้าใจได้ง่าย
ศิลปกรรมพระประวัติและพระกรณียกิจ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ชื่อเรื่อง : ศิลปกรรมพระประวัติและพระกรณียกิจ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ผู้จัดทำ : สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม
สำนักพิมพ์ : กระทรวงวัฒนธรรม
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 205 หน้า
ราคา : -
คณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มีความเห็นให้จัดแสดงภาพเขียนที่เกี่ยวเนื่องด้วยพระประวัติ
และพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน พร้อมทั้งจัดพิมพ์เป็นหนังสือที่ระลึก โดยมอบหมายให้สำนักงานศิลปะ
วัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม สนองงานสร้างสรรค์ศิลปะเช่นที่ทรงโปรดเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา และ
เป็นการเผยแพร่พระเกียรติคุณที่ทรงบำเพ็ญประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองไว้อย่างเอนกอนันต์ให้ปรากฏแผ่ไพศาล
ทั้งนี้ได้กำหนดภาพ 84 ภาพ ตามพระชนมายุ โดยได้ศิลปินร่วมสมัยสาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรมจากทุกภูมิภาคทั่ว
ประเทศ จำนวน 84 คน ร่วมสร้างสรรค์งานศิลป์พระประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทั้งนี้ลำดับภาพประวัติและพระราชกรณียกิจตลอดพระชนม์ชีพ
ตามกาลเวลา
เครื่องประกอบพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ชื่อเรื่อง : เครื่องประกอบพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ผู้แต่ง : กรมศิลปากร
สำนักพิมพ์ : กรมศิลปากร
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 340 หน้า
ราคา : -
กล่าวถึงพระประวัติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส
ราชนครินทร์ และข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องประกอบพระอิสริยยศขณะที่ยังดำรงพระชนม์ชีพ หนังสือนี้จัดพิมพ์เพื่อ
ทูลเกล้าฯ ถวายสนองพระมหากรุณาธิคุณ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุ ท้องสนามหลวง
วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2551
อาเซียนกับข้อตกลงการค้าเสรี
ชื่อเรื่อง : อาเซียนกับข้อตกลงการค้าเสรี
ผู้แต่ง : สมคิด พุทธศรี
สำนักพิมพ์ : กรุงเทพฯ
ปีที่พิมพ์ : 255
จำนวนหน้า : 134 หน้า
ราคา : -
กระบวนการเปิดเสรีทางการค้าเป็นเรื่องที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในเวทีของความสัมพันธ์ระหว่าง
ประเทศ อาเซียนบนเส้นทางข้อตกลงการค้าเสรีประกอบด้วยสมาชิกที่หลากหลาย อาเซียนจึงต้องอยู่ในฐานะที่
ต้องรักษาผลประโยชน์ร่วมของทุกๆภาคีในการดำเนินนโยบายระหว่างประเทศใดๆ รวมถึงนโยบายการค้า เนื้อหา
ในเล่มนี้แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกอธิบายภาพรวมของแนวดำเนินนโยบายของข้อตกลงการค้าเสรีของอาเซียน
รวมถึงให้ข้อมูลในชั้นต้นสำหรับข้อตกลงการค้าเสรีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาเซียน ส่วนที่สอง มุ่งพิจารณาข้อตกลง
การค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับจีน และข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับอียูเป็นการเฉพาะ ข้อตกลงทั้งสองมี
ข้อแตกต่างกันทั้งในแง่ของ ความเป็นมา เหตุผลในการเจรจา แนวทางการเจรจา ประเด็นการเจรจา ความคืบหน้าใน
การเจรจา อุปสรรคในการเจรจา ตลอดจนกระทั่งผลได้ผลเสียจากการทำข้อตกลง ครอบคลุมประเด็นสำคัญที่ต้อง
มีการติดตามสานต่อเมื่อการเจรจาข้อตกลงทั้งสองลุล่วง ต่อไป
พลังบำบัด : ร่างกายคุณรักษาตนเองได้
ชื่อเรื่อง :พลังบำบัด : ร่างกายคุณรักษาตนเองได้
ผู้แต่ง : แอนดรูว์ ไวล์, ผู้เขียน ; อัปสร มีสิงห์, ผู้แปล
สำนักพิมพ์ : อมรินทร์สุขภาพ
ปีที่พิมพ์ : 2552 (พิมพ์ครั้งที่ 4 ฉบับปรับปรุง)
จำนวนหน้า : 391 หน้า
ราคา : 245 บาท
นายแพทย์แอนดรูว์ ไวล์ สำเร็จการศึกษาระดับแพทยศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์
แห่งฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นแพทย์แนวหน้าผู้บุกเบิกแนวคิดเกี่ยวกับสุขภาพและความเจ็บไข้ได้ป่วยด้วย
การแพทย์ผสมผสาน โดยรวมเอาจุดเด่นต่าง ๆ ของแพทย์แผนปัจจุบันและข้อดีของการแพทย์ทางเลือกสาขาต่างๆ
เข้าด้วยกัน เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้กล่าวถึงพลังแห่งการบำบัดสุขภาพอัตโนมัติ ซึ่งทำงานตลอดเวลา เพื่อให้เรามี
สุขภาพแข็งแรง ดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งหมอ พึ่งยา ผู้แต่งบอกให้รู้เท่าทันสุขภาวะและทุกขภาวะทั้งหลายที่
เกิดขึ้นในร่างกาย และรู้ว่าควรดูแลส่งเสริมระบบบำบัดสุขภาพอัตโนมัติในร่างกายและจิตใจอย่างไร เพื่อให้พลังนั้น
ทำงานได้สูงสุดส่งผลให้มีสุขภาพดีเสมอ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม 8 สัปดาห์เพื่อพลังบำบัดสูงสุด ซึ่งถ้าปฏิบัติ
อย่างครบถ้วนจะส่งผลให้พลังบำบัดทำงานได้ดีที่สุด
ชื่อเรื่อง : รางวัลป๋วย อึ๊งภากรณ์ สำหรับนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีผลงานดีเด่น ประจำปี 2552
ผู้แต่ง : สถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์
สำนักพิมพ์ : สถาบันป๋วย อึ๊งภากรณ์
ปีที่พิมพ์ : 2552
จำนวนหน้า : 181 หน้า
ราคา : -
เป็นรางวัลที่มอบให้แก่นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ซี่งมีอายุไม่เกิน 45 ปีที่สามารถผลิตผลงาน
วิชาการคุณภาพสูงได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถเป็นตัวอย่างที่สร้างแรงดลใจให้แก่นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่คนอื่น ๆ
ในการทำงานวิชาการ รางวัลนี้ริเริ่มจากดำริของ ดร.อัมมาร์ สยามวาลา และได้รับการตอบรับและความร่วมมือเป็น
อย่างดีจากสถาบันวิชาการด้านเศรษฐศาสตร์ชั้นนำของประเทศไทย 7 สถาบัน การมอบรางงวัลมีขึ้นทุก 2 ปี และ
หากครั้งใดไม่มีผู้มีคุณสมบัติเหมาะสม ก็จะไม่มีการมอบ ผู้ที่ได้รับรางวัลจึงเป็นผู้ที่มีความเหมาะสมด้วยประการ
ทั้งปวงอย่างแท้จริง สำหรับนักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ที่มีผลงานดีเด่น ในปี 2552 นี้ ผู้ได้รับรางวัลคือ ดร.กอบศักดิ์
ภูตระกูล นักเศรษฐศาสตร์รุ่นใหม่ซึ่งมีความแม่นยำและความลุ่มลึกในทฤษฎีเศรษฐศาสตร์ มีความรัดกุมในวิธีวิทยา
ตลอดจนมีความสามารถในการประยุกต์ใช้วิธีการทางเทคนิคในการทดสอบแนวคิดทางทฤษฎีต่าง ๆ ได้อย่าง
เหมาะสม ไม่ฟุ่มเฟือย และมีความโดดเด่นที่สามารถตีความข้อมูลเชิงประจักษ์ที่คุ้นเคยให้เกิดมุมมองใหม่ที่น่าสนใจ
และเข้าใจได้ง่าย
ศิลปกรรมพระประวัติและพระกรณียกิจ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ชื่อเรื่อง : ศิลปกรรมพระประวัติและพระกรณียกิจ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ผู้จัดทำ : สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม
สำนักพิมพ์ : กระทรวงวัฒนธรรม
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 205 หน้า
ราคา : -
คณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ มีความเห็นให้จัดแสดงภาพเขียนที่เกี่ยวเนื่องด้วยพระประวัติ
และพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน พร้อมทั้งจัดพิมพ์เป็นหนังสือที่ระลึก โดยมอบหมายให้สำนักงานศิลปะ
วัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม สนองงานสร้างสรรค์ศิลปะเช่นที่ทรงโปรดเพื่อประโยชน์ทางการศึกษา และ
เป็นการเผยแพร่พระเกียรติคุณที่ทรงบำเพ็ญประโยชน์แก่ชาติบ้านเมืองไว้อย่างเอนกอนันต์ให้ปรากฏแผ่ไพศาล
ทั้งนี้ได้กำหนดภาพ 84 ภาพ ตามพระชนมายุ โดยได้ศิลปินร่วมสมัยสาขาทัศนศิลป์ จิตรกรรมจากทุกภูมิภาคทั่ว
ประเทศ จำนวน 84 คน ร่วมสร้างสรรค์งานศิลป์พระประวัติและพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ
เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทั้งนี้ลำดับภาพประวัติและพระราชกรณียกิจตลอดพระชนม์ชีพ
ตามกาลเวลา
เครื่องประกอบพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ชื่อเรื่อง : เครื่องประกอบพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ผู้แต่ง : กรมศิลปากร
สำนักพิมพ์ : กรมศิลปากร
ปีที่พิมพ์ : 2551
จำนวนหน้า : 340 หน้า
ราคา : -
กล่าวถึงพระประวัติสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาส
ราชนครินทร์ และข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องประกอบพระอิสริยยศขณะที่ยังดำรงพระชนม์ชีพ หนังสือนี้จัดพิมพ์เพื่อ
ทูลเกล้าฯ ถวายสนองพระมหากรุณาธิคุณ ในงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ ณ พระเมรุ ท้องสนามหลวง
วันเสาร์ที่ 15 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2551
อาเซียนกับข้อตกลงการค้าเสรี
ชื่อเรื่อง : อาเซียนกับข้อตกลงการค้าเสรี
ผู้แต่ง : สมคิด พุทธศรี
สำนักพิมพ์ : กรุงเทพฯ
ปีที่พิมพ์ : 255
จำนวนหน้า : 134 หน้า
ราคา : -
กระบวนการเปิดเสรีทางการค้าเป็นเรื่องที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในเวทีของความสัมพันธ์ระหว่าง
ประเทศ อาเซียนบนเส้นทางข้อตกลงการค้าเสรีประกอบด้วยสมาชิกที่หลากหลาย อาเซียนจึงต้องอยู่ในฐานะที่
ต้องรักษาผลประโยชน์ร่วมของทุกๆภาคีในการดำเนินนโยบายระหว่างประเทศใดๆ รวมถึงนโยบายการค้า เนื้อหา
ในเล่มนี้แบ่งเป็นสองส่วน ส่วนแรกอธิบายภาพรวมของแนวดำเนินนโยบายของข้อตกลงการค้าเสรีของอาเซียน
รวมถึงให้ข้อมูลในชั้นต้นสำหรับข้อตกลงการค้าเสรีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับอาเซียน ส่วนที่สอง มุ่งพิจารณาข้อตกลง
การค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับจีน และข้อตกลงการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับอียูเป็นการเฉพาะ ข้อตกลงทั้งสองมี
ข้อแตกต่างกันทั้งในแง่ของ ความเป็นมา เหตุผลในการเจรจา แนวทางการเจรจา ประเด็นการเจรจา ความคืบหน้าใน
การเจรจา อุปสรรคในการเจรจา ตลอดจนกระทั่งผลได้ผลเสียจากการทำข้อตกลง ครอบคลุมประเด็นสำคัญที่ต้อง
มีการติดตามสานต่อเมื่อการเจรจาข้อตกลงทั้งสองลุล่วง ต่อไป
พลังบำบัด : ร่างกายคุณรักษาตนเองได้
ชื่อเรื่อง :พลังบำบัด : ร่างกายคุณรักษาตนเองได้
ผู้แต่ง : แอนดรูว์ ไวล์, ผู้เขียน ; อัปสร มีสิงห์, ผู้แปล
สำนักพิมพ์ : อมรินทร์สุขภาพ
ปีที่พิมพ์ : 2552 (พิมพ์ครั้งที่ 4 ฉบับปรับปรุง)
จำนวนหน้า : 391 หน้า
ราคา : 245 บาท
นายแพทย์แอนดรูว์ ไวล์ สำเร็จการศึกษาระดับแพทยศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยแพทยศาสตร์
แห่งฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นแพทย์แนวหน้าผู้บุกเบิกแนวคิดเกี่ยวกับสุขภาพและความเจ็บไข้ได้ป่วยด้วย
การแพทย์ผสมผสาน โดยรวมเอาจุดเด่นต่าง ๆ ของแพทย์แผนปัจจุบันและข้อดีของการแพทย์ทางเลือกสาขาต่างๆ
เข้าด้วยกัน เนื้อหาในหนังสือเล่มนี้กล่าวถึงพลังแห่งการบำบัดสุขภาพอัตโนมัติ ซึ่งทำงานตลอดเวลา เพื่อให้เรามี
สุขภาพแข็งแรง ดำรงชีวิตอยู่ได้โดยไม่ต้องพึ่งหมอ พึ่งยา ผู้แต่งบอกให้รู้เท่าทันสุขภาวะและทุกขภาวะทั้งหลายที่
เกิดขึ้นในร่างกาย และรู้ว่าควรดูแลส่งเสริมระบบบำบัดสุขภาพอัตโนมัติในร่างกายและจิตใจอย่างไร เพื่อให้พลังนั้น
ทำงานได้สูงสุดส่งผลให้มีสุขภาพดีเสมอ นอกจากนี้ยังมีโปรแกรม 8 สัปดาห์เพื่อพลังบำบัดสูงสุด ซึ่งถ้าปฏิบัติ
อย่างครบถ้วนจะส่งผลให้พลังบำบัดทำงานได้ดีที่สุด
วันจันทร์ที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2552
ม.มหิดลชี้อีเมลล์ "ห้ามกินกุ้งพร้อมวิตามินซี" หลอกลวง
ขณะนี้มีการส่งต่ออีเมลลูกโซ่ที่อ้างว่า ผู้หญิงไต้หวันคนหนึ่งเสียชีวิตอย่างลึกลับจากเลือดออกทั่วร่างกาย โดยผู้เชี่ยวชาญพบว่าเกิดจากชอบกินกุ้งพร้อมวิตามินซี สารเคมีของกุ้งกับวิตามินซีจะทำปฏิกิริยากันจนกลายเป็นพิษสารหนูสะสมในร่างกาย จึงขอเตือนให้ผู้ได้รับอีเมลฉบับนี้อย่ารับประทานวิตามินซีพร้อมกุ้ง ซึ่งข้อความในอีเมลดังกล่าวมีการอ้างถึงข้อมูลทางวิทยาศาสตร์จนน่าเชื่อถือ ทำให้ผู้อ่านจำนวนมากวิตกกังวลกับการกินวิตามินซี โดยสรุปข้อความส่วนหนึ่งได้ดังนี้"
ในอีเมลดังกล่าวยังระบุอีกว่า นักวิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโกเคยทดลอง พบว่าสัตว์เปลือกอ่อนเช่น กุ้ง มีสารประกอบอาเซนิกเข้มข้นในปริมาณสูง สารประกอบชนิดนี้เข้าไปอยู่ในร่างกายก็ไม่มีพิษภัยอะไร แต่เมื่อรับประทานวิตามินซีพร้อมกัน จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้สารประกอบเดิมที่มีสูตรเคมี As2O5 หรืออาเซนิกออกไซด์ซึ่งไม่มีพิษ กลายเป็นสารประกอบที่มีสูตรเคมี As2O3 หรืออาเซนิกไตรออกไซด์ ซึ่งมีพิษหรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าสารหนูนั่นเอง พิษสารหนูจะทำให้เกิดอาการเลือดคั่งในหัวใจตับ ไต และลำไส้ เซลล์ผิวหนังตายด้าน เส้นโลหิตฝอยขยายตัว ดังนั้นผู้ที่รับพิษจนตาย จะมีเลือดออกทางทวารทั้งเจ็ด เพราะฉะนั้นในระยะที่รับประทานวิตามินซีต้องงดกินอาหารประเภทกุ้งเพื่อความไม่ประมาท
รศ.ดร.เอมอร วสันตวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เมื่อประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา มีสื่อมวลชนหลายแขนงสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างกุ้งกับวิตามินซีว่า เป็นไปตามที่อีเมลสยองฉบับข้างต้นกล่าวอ้างจริงหรือไม่ซึ่งก็ได้ค้นข้อมูลรายงานการวิจัยและรายงานวิชาการจากองค์กรอนามัยโลก ปรากฏว่าไม่พบรายงานหรือข้อมูลอ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงระหว่างปฏิกิริยาทางเคมีของการกินกุ้งกับวิตามินซีแต่อย่างใด และเมื่อปรึกษาไปยังผู้เชี่ยวชาญเรื่องพิษจากอาหารก็ได้รับการยืนยันว่าไม่มีข้อมูลทางวิชาการที่อ้างถึงเรื่องนี้มาก่อน
ผอ.สถาบันวิจัยโภชนาการกล่าวต่อว่า เมื่อได้อ่านอีเมลสยองดังกล่าวอย่างละเอียดก็พบจุดน่าสงสัย 4 ประการคือ 1.ไม่มีชื่อหญิงชาวไต้หวันที่เสียชีวิต 2.ไม่มีชื่อและสถาบันของผู้เชี่ยวชาญทางนิติเวช 3.ไม่มีชื่อนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโก และ 4.มีการอ้างปฏิกิริยาเคมีที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ทำให้เชื่อว่าเป็นเพียงอีเมลหลอกลวงที่เขียนขึ้น โดยอ้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือเท่านั้นเอง
นอกจากนี้ตามข้อเท็จจริงสัตว์ทะเลประเภทกุ้งจะมีสารประกอบอาเซนิกอยู่จริงแต่น้อยมาก และเป็นฟอร์มหรือรูปแบบที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกายคน นอกจากนี้ยังไม่เคยพบว่าสารประกอบวิตามินซีไปทำปฏิกิริยาทางเคมีกับสารอาหารใดในร่างกายคน
อีเมลหลอกลวงนี้อ่านแล้วดูขลังและน่าเชื่อถือ เพราะมีอ้างสูตรเคมีแบบวิทยาศาสตร์และอ้างตำแหน่งศาสตราจารย์ และผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่ไม่มีการเขียนชื่อจริงเลย ยิ่งไปกว่านั้น สูตรเคมีที่อ้างว่าเป็นสารหนูหรืออาเซนิกไตรออกไซด์ ก็เป็นสูตรเคมีของสารหนูจริง แต่ไม่ได้เกิดจากการผสมระหว่างวิตามินซีกับการกินกุ้ง ส่วนใหญ่คนกินอาหารทะเลแล้วเกิดอาหารเป็นพิษร้ายแรง ก็จะเกิดจากสัตว์ทะเลตัวนั้นมาจากแหล่งน้ำที่สกปรก แล้วเกิดสะสมสารพิษในตัวมัน เมื่อคนกินเข้าไปร่างกายจึงได้รับความผิดปกติ และหากพิษแรงมากร่างกายก็จะขับออกมาโดยการอาเจียนทันที สรุปคืออีเมลฉบับนี้เป็นการหลอกลวง เพื่อให้คนอ่านตื่นตระหนก ไม่มีข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์เลย รศ.ดร.เอมอร กล่าวอธิบาย
เช่นเดียวกับศ.ดร.ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาติ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องพิษจากอาหาร อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวยืนยันว่าไม่เคยมีงานวิชาการที่กล่าวถึงการทำปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างสารอาเซนิกในกุ้งกับวิตามินซี ซึ่งที่จริงแล้ว "อาเซนิก (Arsenic)" คือสารประกอบที่เรียกว่าสารหนู ส่วน "อาเซนิกไตร-ออกไซด์ (Arsenic Trioxide)" เป็นสารหนูที่มีส่วนผสมของออกซิเจน 3 ส่วน เรียกทั่วไปว่ายาฆ่าแมลง ถ้าจะฆ่าคนก็ต้องนำอาเซนิกไตรออกไซด์มาผสมกับอาหารหรือใส่ไปในกุ้งเพื่อให้เกิดพิษกับร่างกายอย่างฉับพลัน แม้ในกุ้งจะมีสารอาเซนิกประกอบอยู่จริงแต่ก็น้อยมากจนไม่มีพิษและจะสลายไปในกระเพาะอาหาร ส่วนวิตามินซีนั้นจะถูกดูดซึมในกระเพาะอาหาร และขับออกมากับปัสสาวะ หากร่างกายได้วิตามินซีมากผิดปกติ ในระยะยาวจะเกิดการสะสมเป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ แต่ไม่ได้ไปทำปฏิกิริยาเคมีกับสารอื่นจนทำให้เสียชีวิต
ในอีเมลดังกล่าวยังระบุอีกว่า นักวิจัยมหาวิทยาลัยชิคาโกเคยทดลอง พบว่าสัตว์เปลือกอ่อนเช่น กุ้ง มีสารประกอบอาเซนิกเข้มข้นในปริมาณสูง สารประกอบชนิดนี้เข้าไปอยู่ในร่างกายก็ไม่มีพิษภัยอะไร แต่เมื่อรับประทานวิตามินซีพร้อมกัน จะเกิดปฏิกิริยาทางเคมี ทำให้สารประกอบเดิมที่มีสูตรเคมี As2O5 หรืออาเซนิกออกไซด์ซึ่งไม่มีพิษ กลายเป็นสารประกอบที่มีสูตรเคมี As2O3 หรืออาเซนิกไตรออกไซด์ ซึ่งมีพิษหรือภาษาชาวบ้านเรียกว่าสารหนูนั่นเอง พิษสารหนูจะทำให้เกิดอาการเลือดคั่งในหัวใจตับ ไต และลำไส้ เซลล์ผิวหนังตายด้าน เส้นโลหิตฝอยขยายตัว ดังนั้นผู้ที่รับพิษจนตาย จะมีเลือดออกทางทวารทั้งเจ็ด เพราะฉะนั้นในระยะที่รับประทานวิตามินซีต้องงดกินอาหารประเภทกุ้งเพื่อความไม่ประมาท
รศ.ดร.เอมอร วสันตวิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า เมื่อประมาณสัปดาห์ที่ผ่านมา มีสื่อมวลชนหลายแขนงสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างกุ้งกับวิตามินซีว่า เป็นไปตามที่อีเมลสยองฉบับข้างต้นกล่าวอ้างจริงหรือไม่ซึ่งก็ได้ค้นข้อมูลรายงานการวิจัยและรายงานวิชาการจากองค์กรอนามัยโลก ปรากฏว่าไม่พบรายงานหรือข้อมูลอ้างอิงหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เชื่อมโยงระหว่างปฏิกิริยาทางเคมีของการกินกุ้งกับวิตามินซีแต่อย่างใด และเมื่อปรึกษาไปยังผู้เชี่ยวชาญเรื่องพิษจากอาหารก็ได้รับการยืนยันว่าไม่มีข้อมูลทางวิชาการที่อ้างถึงเรื่องนี้มาก่อน
ผอ.สถาบันวิจัยโภชนาการกล่าวต่อว่า เมื่อได้อ่านอีเมลสยองดังกล่าวอย่างละเอียดก็พบจุดน่าสงสัย 4 ประการคือ 1.ไม่มีชื่อหญิงชาวไต้หวันที่เสียชีวิต 2.ไม่มีชื่อและสถาบันของผู้เชี่ยวชาญทางนิติเวช 3.ไม่มีชื่อนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยชิคาโก และ 4.มีการอ้างปฏิกิริยาเคมีที่ไม่เกี่ยวข้องกัน ทำให้เชื่อว่าเป็นเพียงอีเมลหลอกลวงที่เขียนขึ้น โดยอ้างหลักฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือเท่านั้นเอง
นอกจากนี้ตามข้อเท็จจริงสัตว์ทะเลประเภทกุ้งจะมีสารประกอบอาเซนิกอยู่จริงแต่น้อยมาก และเป็นฟอร์มหรือรูปแบบที่ไม่เป็นพิษต่อร่างกายคน นอกจากนี้ยังไม่เคยพบว่าสารประกอบวิตามินซีไปทำปฏิกิริยาทางเคมีกับสารอาหารใดในร่างกายคน
อีเมลหลอกลวงนี้อ่านแล้วดูขลังและน่าเชื่อถือ เพราะมีอ้างสูตรเคมีแบบวิทยาศาสตร์และอ้างตำแหน่งศาสตราจารย์ และผู้เชี่ยวชาญจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง แต่ไม่มีการเขียนชื่อจริงเลย ยิ่งไปกว่านั้น สูตรเคมีที่อ้างว่าเป็นสารหนูหรืออาเซนิกไตรออกไซด์ ก็เป็นสูตรเคมีของสารหนูจริง แต่ไม่ได้เกิดจากการผสมระหว่างวิตามินซีกับการกินกุ้ง ส่วนใหญ่คนกินอาหารทะเลแล้วเกิดอาหารเป็นพิษร้ายแรง ก็จะเกิดจากสัตว์ทะเลตัวนั้นมาจากแหล่งน้ำที่สกปรก แล้วเกิดสะสมสารพิษในตัวมัน เมื่อคนกินเข้าไปร่างกายจึงได้รับความผิดปกติ และหากพิษแรงมากร่างกายก็จะขับออกมาโดยการอาเจียนทันที สรุปคืออีเมลฉบับนี้เป็นการหลอกลวง เพื่อให้คนอ่านตื่นตระหนก ไม่มีข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์เลย รศ.ดร.เอมอร กล่าวอธิบาย
เช่นเดียวกับศ.ดร.ทรงศักดิ์ ศรีอนุชาติ ผู้เชี่ยวชาญเรื่องพิษจากอาหาร อดีตผู้อำนวยการสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวยืนยันว่าไม่เคยมีงานวิชาการที่กล่าวถึงการทำปฏิกิริยาทางเคมีระหว่างสารอาเซนิกในกุ้งกับวิตามินซี ซึ่งที่จริงแล้ว "อาเซนิก (Arsenic)" คือสารประกอบที่เรียกว่าสารหนู ส่วน "อาเซนิกไตร-ออกไซด์ (Arsenic Trioxide)" เป็นสารหนูที่มีส่วนผสมของออกซิเจน 3 ส่วน เรียกทั่วไปว่ายาฆ่าแมลง ถ้าจะฆ่าคนก็ต้องนำอาเซนิกไตรออกไซด์มาผสมกับอาหารหรือใส่ไปในกุ้งเพื่อให้เกิดพิษกับร่างกายอย่างฉับพลัน แม้ในกุ้งจะมีสารอาเซนิกประกอบอยู่จริงแต่ก็น้อยมากจนไม่มีพิษและจะสลายไปในกระเพาะอาหาร ส่วนวิตามินซีนั้นจะถูกดูดซึมในกระเพาะอาหาร และขับออกมากับปัสสาวะ หากร่างกายได้วิตามินซีมากผิดปกติ ในระยะยาวจะเกิดการสะสมเป็นนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ แต่ไม่ได้ไปทำปฏิกิริยาเคมีกับสารอื่นจนทำให้เสียชีวิต
วันพฤหัสบดีที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2552
ลักษณะต้องห้ามในลายเซ็น
1.เซ็นตัดตัวเอง ห้ามเซ็นตัดตัวเองในตำแหน่งที่ 1 จะมีความหมายไม่ดีต่อสุขภาพ ร่างกาย เป็นการตัดหือทิ่มแทงตัวเอง หรือเซ็นตัดทุกตำแหน่ง ต้องแก้ไขนะ เป็นเรื่องที่ซีเรียสมากสำหรับลายเซ็น เดี่ยวจะขยายความเรื่องลายเซ็นกับสุขภาพ ตัวอย่างลายเซ็นตัดตัวเอง
2.เซ็นเป็นเส้นแทง เส้นแทงมีความหมายถึงการทำร้ายตำแหน่งของตัวเอง ตัวอย่างเส้นแทงที่พบบ่อยคือ เกิดจากรูปแบบตัวอักษร ส. ศ. เกิดจากวิธีการเขียน ธ. ร. เส้นที่เกิดจากการลากตวัดมือ
3.เซ็นพยัญชนะเกินกรอบ ไม่มีอักษรส่วนเกินอกนอกเส้นกรอบ เดี๋ยวจะอธิบายเรื่องกรอบของพยัญชนะ แต่หลักการคืออย่าเขียนออกนอกกรอบและเขียนเกินตัวอักษร
4.เซ็นพันกัน อย่าเซ็นพันกัน ลายเซ็นที่มีลักษณะที่พันกันยุ่งเหยิงเหมือนเส้นด้าย เปรียบเสมือนชีวิตที่พบกับความยุ่งยาก ไม่สามารถสะสางปัญหาได้ และจะมีอุปสรรคในชีวิต ขาดระบบระเบียบ ขาดการจัดการ ระบบความคิดไม่ดี ส่วนมากลายเซ็นแบบนี้จะเป็นโรคประสาท
5.เซ็นสระยาวเกินไป อย่าลากสระยาวเกินความจำเป็น การลากสระอุ สระอู ยาวเกินไปจะบ่งบอกถึงว่า ลายเซ็นส่วนใหญ่อยู่ในโซนตํ่า สิ่งเหล่านี้จะบอกถึงเรื่องอดีตเก่า ๆ ที่ผ่านมา
6.เซ็นตัวอักษรขาด อย่าลากตัวอักษรขาด หมายความว่า เซ็นพยัญชนะเดียวแต่ยกปากกาขึ้น ทำให้ตัวพยัญชนะขาดออกจากกัน เช่น คำว่า “ปกรณ์” แบบนี้ จะทำให้พยัญชนะนำของตัวอักษรสำคัญขาด อันนี้เสียหายมาก เป็นอันตรายทีเดียว หรือย่างเช่น ทศธรรม ถ้าเขียนอย่างนี้ ความไม่สมบูรณืของตัวอักษรตัวพยัญชนะประธานก็คือความไม่สมบูรณ์ของตัวคุณเอง
7.เซ็นสระที่อยู่หน้าเป็นกำแพง อย่าเซ็นสระเป็นกำแพงกั้นตัวเอง อย่างที่อธิบายไปแล้วในวิธีการเซ็นสระ ซึ่งบางคนอาจจะเห็นว่ายุ่งยากก็สามารถตัดออกจากลายเซ็นได้ โดยไม่เสียหายอะไร
8.เซ็นกลับหลัง อย่าเซ็นกลับหลัง เช่น เซ็น ส. แทนที่จะเป็น ส. ก็เซ็นเป็น s การทำแบบนี้ทำให้ระบบต่าง ๆ ในความคิดผิดปกติ พยัญชนะขาดพลังและขาดทิศทางที่ถูกต้อง
tags : ลักษณะ ห้าม ลายเซ็น ทำนาย ดูดวง
2.เซ็นเป็นเส้นแทง เส้นแทงมีความหมายถึงการทำร้ายตำแหน่งของตัวเอง ตัวอย่างเส้นแทงที่พบบ่อยคือ เกิดจากรูปแบบตัวอักษร ส. ศ. เกิดจากวิธีการเขียน ธ. ร. เส้นที่เกิดจากการลากตวัดมือ
3.เซ็นพยัญชนะเกินกรอบ ไม่มีอักษรส่วนเกินอกนอกเส้นกรอบ เดี๋ยวจะอธิบายเรื่องกรอบของพยัญชนะ แต่หลักการคืออย่าเขียนออกนอกกรอบและเขียนเกินตัวอักษร
4.เซ็นพันกัน อย่าเซ็นพันกัน ลายเซ็นที่มีลักษณะที่พันกันยุ่งเหยิงเหมือนเส้นด้าย เปรียบเสมือนชีวิตที่พบกับความยุ่งยาก ไม่สามารถสะสางปัญหาได้ และจะมีอุปสรรคในชีวิต ขาดระบบระเบียบ ขาดการจัดการ ระบบความคิดไม่ดี ส่วนมากลายเซ็นแบบนี้จะเป็นโรคประสาท
5.เซ็นสระยาวเกินไป อย่าลากสระยาวเกินความจำเป็น การลากสระอุ สระอู ยาวเกินไปจะบ่งบอกถึงว่า ลายเซ็นส่วนใหญ่อยู่ในโซนตํ่า สิ่งเหล่านี้จะบอกถึงเรื่องอดีตเก่า ๆ ที่ผ่านมา
6.เซ็นตัวอักษรขาด อย่าลากตัวอักษรขาด หมายความว่า เซ็นพยัญชนะเดียวแต่ยกปากกาขึ้น ทำให้ตัวพยัญชนะขาดออกจากกัน เช่น คำว่า “ปกรณ์” แบบนี้ จะทำให้พยัญชนะนำของตัวอักษรสำคัญขาด อันนี้เสียหายมาก เป็นอันตรายทีเดียว หรือย่างเช่น ทศธรรม ถ้าเขียนอย่างนี้ ความไม่สมบูรณืของตัวอักษรตัวพยัญชนะประธานก็คือความไม่สมบูรณ์ของตัวคุณเอง
7.เซ็นสระที่อยู่หน้าเป็นกำแพง อย่าเซ็นสระเป็นกำแพงกั้นตัวเอง อย่างที่อธิบายไปแล้วในวิธีการเซ็นสระ ซึ่งบางคนอาจจะเห็นว่ายุ่งยากก็สามารถตัดออกจากลายเซ็นได้ โดยไม่เสียหายอะไร
8.เซ็นกลับหลัง อย่าเซ็นกลับหลัง เช่น เซ็น ส. แทนที่จะเป็น ส. ก็เซ็นเป็น s การทำแบบนี้ทำให้ระบบต่าง ๆ ในความคิดผิดปกติ พยัญชนะขาดพลังและขาดทิศทางที่ถูกต้อง
tags : ลักษณะ ห้าม ลายเซ็น ทำนาย ดูดวง
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)